p_head_01.jpg (8960 bytes)
 
 

share



English Version



แผนที่แสดงตำแหน่งที่ตั้งพิพิธภัณฑ์



1 เดือนที่ผ่านมา มีพิพิธภัณฑ์ใด update


ค้นหาตามเงื่อนไขต่อไปนี้

ระบุ ชื่อพิพิธภัณฑ์ / คำสำคัญ


เนื้อหาการจัดแสดง
(หากต้องการเลือกมากกว่า 1 รายการ ให้กดแป้นพิมพ์ Ctrl ค้างไว้ ร่วมกับการคลิกเมาส์เลือก)


บริหารโดย


ระบุ ภาค


ระบุ จังหวัด


ระบุ อำเภอ/เขต/กิ่งอำเภอ


  


ค้นจากแผนที่

 


ม.ข่อนแก่นตั้ง'พิพิธภัณฑ์หมอลำ' – โพสต์เมื่อ 26 กันยายน 2554  

มหาวิทยาลัยขอยแก่นเตรียมระดมพลังหมอลำผุด "พิพิธภัณฑ์หมอลำ" พร้อมแยกข้อมูลประวัติศิลปินหมอลำกลอนลำเครื่องใช้ ผลงานหมอลำทุกยุคอย่างละเอียดเป็นแห่งแรกของประเทศไทย

อาจารย์มนูญ สอนเอี่ยม ครูชำนาญการด้านภูมิญาลัยอีสาน กลุ่มสาระสังคมศึกษา โรงเรียนนครขอนแก่น กล่าวกับผู้สื่อข่าว "คม ชัด ลึก" ถึงแนวคิดการตั้ง "พิพิธภัณฑ์หมอลำ" เพื่อรวบรวมเรื่องราวของหมอลำที่มากที่สุดว่า

"การคิดก่อตั้งพิพิธภัณฑ์หมอลำ เป็นแนวคิดของผม และสำนักศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอยแก่น โดยมี ผศ.ทรงวิทย์ พิมพะกรรณ์ ที่คุยกันว่าอยากจะร่วมกันก่อตั้งพิพิธภัณฑ์หมอลำขึ้น เพื่อเก็บรวมรวมฮีตฮอยหมอลำทุกอย่างที่มีมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์หมอลำแห่งนี้  และผมเองก็ทำเฮือนอีสานอยู่แล้วที่โรงเรียนนครขอนแก่น ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองขอนแก่นประมาณ 10 กิโลเมตร ออกไปทาง อ.ชุมแพ และอยู่ภายในรั้วของโรงเรียน โดยใช้เงินส่วนตัวไปซื้อ เลยมองว่าเราเอามาตั้งตรงนี้ดีไหม เพราะสถานที่พร้อมอยู่แล้ว พอเรื่องนี้ ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้รับรู้ข้อมูลก็เลยให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ ตอนนี้สถานที่ทุกอย่างพร้อม ข้อมูลก็พร้อม รอเพียงงบประมาณที่จะมาดำเนินการเท่านั้น และแต่ทุกภาคส่วนในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง ทั้งเครือข่ายศิลปวัฒนธรรมต่างๆ ก็พร้อมจะผลักดันให้โรงเรียนนครขอนแก่นก่อตั้งพิพิธภัณฑ์หมอลำให้ได้"

ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงสิ่งต่างๆ ในพิพิธภัณฑ์หมอลำว่าจะมีการเก็บรวบรวมอะไรบ้าง อาจารย์มนูญ แจกแจงทุกส่วนของพิพิธภัณฑ์หมอลำแห่งนี้อย่างละเอียดทันทีว่า

"ขณะนี้มีเรือนโบราณที่สื่อถึงความเป็นอยู่ของชาวอีสานในอดีต โดยเรือนทุกหลัง ไม่ว่าจะเป็น เฮือนเกย, เฮือนแฝด, เฮือนโข่ง, หอแจก, เฮือนเหย้า, เฮือนร้านค้า, โฮงคำ, เล้าข้าวและตูบต่อเล้า ต่างๆ จำพวกนี้จะใช้เป็นพิพิธภัณฑ์หมอลำทั้งหมด โดยภายในเฮือนแต่ละหลังที่ก่อตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์หมอลำจะแยกเป็นเฮือนเกย ภายในจะประกอบไปด้วย ประวัติความเป็นมาของหมอแคน, หมอลำในยุคต้นๆ ยุคก่อตั้งหมดลำต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในยุคที่มีเครื่องบันทึกเสียง หรือยุคที่มีเครื่องขยายเสียงกับหมอลำต่างๆ ล้วนแล้วจะเก็บรวบรวมมาไว้ในพิพิธภัณฑ์หมอลำแห่งนี้ทั้งหมดเช่นกัน"

ส่วนเฮือนแฝดนั้น อาจารย์มนูญบอกว่า "ภายในเฮือนแฝดก็จะจำแนกออกเป็นชีวะประวัติ และความเป็นมาของหมอลำในแต่ละรุ่น เช่น หมอลำยุคโบราณ หมอลำรุ่นแรก หมอลำรุ่นกลาง หมอลำรุ่นปัจจุบัน ซึ่งเฮือนแฝดหลังนี้จะมีทุกอย่างเกี่ยวกับหมอลำใน แต่ละยุค ตั้งแต่เครื่องแต่งกายไปจนถึงศิลปะการแสดง ในส่วนของเฮือนโข่ง หอแจก เฮือนเหย้า เฮือนจำพวกนี้จะมีลักษณะโอ่โถง ทางพิพิธภัณฑ์หมอลำจะใช้เป็นสถานที่เก็บรักษาเรื่องชีวะประวัติของหมอลำทุกท่านตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พร้อมทั้งเก็บผลงานของหมอลำแต่ละท่านเอาไว้ รวมไปถึงกลอนลำต่างๆ ของหมอลำแต่ ละประเภทที่เก็บรวบรวมมา ทั้งรสทิพย์ของกลอนลำ ประเภทของกลอนลำ ทั้งลำสั้น ลำทางยาว หรือลำล่อง ลำเต้ย ซึ่งลำเต้ยนั้นจะมีจำแนกแตกต่างกันไป เช่น ลำเต้ยธรรมดา ลำเต้ยโข่ง ลำเต้ยพม่า ลำเต้ยโนนตาล หรือเต้ยหัวดอนตาลด้วย

ส่วนเฮือนร้านค้า และโฮงคำนั้น อาจารย์มนูญอธิบายเพิ่มเติมว่า "จะทำเป็นสถานที่เก็บแผ่นเสียงของหมอลำรุ่น เก่าที่เคยบันทึกลงแผ่นเพื่อจำหน่ายจ่ายแจกทุกอัลบั้มที่หลงเหลืออยู่ นอกจากนี้ก็จะเก็บกลอนลำจำพวกกลอนลำผญา ลำชิงชู้ ลำผู้ไทยและลำตั้งหวาย กลอนลำจำพวกจากลำกลอนสู่ลำเพลิน ถึงลำเต้ยยุคใหม่ด้วย หรือแม้กระทั่งเรื่องรวมของมนต์เสียงแคนที่มีความหมายต่อหมอลำมาก ที่สุดแบบขาดไม่ได้ เรื่องราวต่างๆ เหล่านี้เป็นสิ่งล้ำค่าทางภูมิปัญญาที่จะหาดูได้ยาก เพราะกลอนลำเป็นลิขสิทธิ์ของใครของมันที่แต่งขึ้น หรือซื้อมาเป็นสมบัติของหมอลำแต่ ละท่าน ซึ่งยากมากที่จะได้มา แต่การก่อตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์นั้น เป็นการขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายเพื่อร่วมอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีอีสาน เอาไว้"

ด้าน ผศ.ทรงวิทย์ พิมพะกรรณ์ ผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้อยู่เบื้องหลังและร่วมผลักดันและตั้งเครือข่ายด้านศิลปวัฒนธรรม โดยเฉพาะกลุ่มก้อนเครือข่ายหมอลำ บอกว่า

"สำหรับพิพิธภัณฑ์หมอลำ เป็นโครงการที่รอการผลักดันอยู่ ซึ่งจะสำเร็จได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับทุกภาคส่วนใน จ.ขอนแก่น ร่วมกันผลักดัน เพราะโครงการนี้ยังขาดงบประมาณและบุคลากรที่จะมาผลักดันร่วมกัน ซึ่งหากมีการตั้งพิพิธภัณฑ์หมอลำขึ้นที่ จ.ขอนแก่น ก็จะถือเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของประเทศไทยที่จะมี แต่หากจังหวัดอื่นพร้อมอยากจะตั้งก็สามารถดำเนินการได้ เพื่อจะได้เก็บเอาความรู้ประวัติศาสตร์และข้อมูลต่างๆ เอาไว้ให้ลูกหลานได้ดูและสืบทอดต่อในอนาคต (คมชัดลึก วันที่ 26 กันยายน 2554)

 

 

 

 
บัลแกเรียเปิดพิพิธภัณฑ์ "ศิลปะสมัยสังคมนิยม" คนแห่ชมรูปปั้นยักษ์"เลนิน" – โพสต์เมื่อ 26 กันยายน 2554  

"รูปปั้นขนาดใหญ่ของวลาดีเมียร์ เลนิน ที่ยืนเด่นสง่าเป็นประธานอยู่ท่ามกลางอดีตผู้นำโซเวียต เป็นสัญญาณชี้ว่า ระบอบการปกครองแบบคอมมิวนิสต์ได้หวนกลับมายังอดีตประเทศภายใต้เงาอำนาจของสหภาพโซเวียตอย่างบัลแกเรียแล้วในสัปดาห์นี้ ทว่ามันจะสิงสถิตอยู่ในพิพิธภัณฑ์เท่านั้น"

ไดอาน่า เซมิโนว่า นักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงโซเฟีย ประเทศบัลแกเรียว่า เป็นเวลา 2 ทศวรรษนับตั้งแต่การล่มสลายของสหภาพโซเวียต ที่โฆษณาชวนเชื่อทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นรูปปั้นผู้นำคอมมิวนิสต์ สัญลักษณ์ดาวแดง หรือธงรูปค้อนเคียวได้ถูกนำออกไปจากจตุรัสและอาคารห้างร้านต่างๆในบัลแกเรีย  แต่ในวันนี้ ทางการบัลแกเรียได้ฟื้นชีพพวกมันอีกครั้งด้วยการจัดตั้ง "พิพิธภัณฑ์ศิลปะสังคมนิยม" แห่งแรกในบัลแกเรีย

"นี่คือช่วงเวลาอันเหมาะสมที่จะนำเอาระบอบคอมมิวนิสต์ไปไว้ในที่ที่มันควรอยู่...นั่นก็คือในพิพิธภัณฑ์" นายเวจดี ราชิดอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมของบัลแกเรียกล่าวในพิธีเปิดพิพิธภัณฑ์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ท่ามกลางผู้ชมที่แย่งกันถ่ายรูปและจับจ่ายสินค้าที่ระลึก

ทั้งนี้ ภาพวาดจำนวน 60 รูป รูปปั้น 25 ชิ้น และประติมากรรมขนาดยักษ์กว่า 77 ชิ้นจากโรงเก็บของได้ถูกนำมาแสดงเพื่อเป็นการรำลึกถึงระบอบการปกครองคอมมิวนิสต์ซึ่งดำเนินมาเป็นเวลา 45 ปี

เซมิโนว่ารายงานว่า งานศิลปะส่วนใหญ่แลดูน่าประทับใจจากความใหญ่โตโอ่อ่าของพวกมัน อย่างเช่นรูปปั้นขนาดมหึมาของกอร์กี ดิมิทรอฟ ผู้นำคอมมิวนิสต์คนแรกของบัลแกเรีย หรือรูปปั้นศีรษะที่ทำจากทองเหลืองของเลนิน รวมทั้ง "ศิลปะแห่งโฆษณาชวนเชื่อ" อย่างรูปวาดสีน้ำมันรูปชาวนาถือเคียว ที่กำลังกรำงานอยู่ในนา โดยสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวซึ่งมีเหรียญคอมมิวนิสต์ 3 เหรียญติดอยู่ หรือภาพคนงานเหมืองกำลังพักสูบบุหรี่ขณะอ่านหนังสือพิมพ์ของพรรคคอมมิวนิสต์ไปด้วย

"งานศิลปะเหล่านี้ ซึ่งถูกทอดทิ้งเนื่องจากการที่ผู้คนมีทัศนคติที่ว่าพวกมันเป็นสิ่งที่หลง เหลืออยู่จากลัทธิเผด็จการ- ล้วนเป็นงานศิลปะชิ้นเอกทั้งนั้น" ราชิดอฟ กล่าว พลางพูดถึงผลงานเหล่านี้ว่าเป็น "งานฝีมือชั้นยอด ซึ่งเต็มไปด้วยองค์ประกอบที่ลงตัวและความงามทางศิลปะอันบรรเจิด"

ทั้งนี้ รัฐบาลบัลแกเรียคาดว่า เงินกว่า 1.5 ล้านยูโร หรือประมาณ 62 ล้านบาทที่ใช้ไปในการลงทุนในพิพิธภัณฑ์ดังกล่าวจะคืนทุนให้แก่รัฐบาลภายใน ระยะเวลา 2 ปี ด้วยการจำหน่ายตั๋วเข้าชมในราคาใบละ 3 ยูโร หรือประมาณ 125 บาท

เซมิโนว่ารายงานว่า อย่างไรก็ดี อนุสรณ์ของการปกครองสมัยโซเวียตอื่นๆที่ยังหลงเหลืออยู่ทั่วประเทศยังคงเป็นที่ถกเถียงกันว่า จะเอาพวกมันไปเก็บไว้ที่ไหนดี ในเมื่ออนุสรณ์เหล่านี้ล้วนมีขนาดใหญ่โตเกินกว่าจะนำไปไว้ในพิพิธภัณฑ์แห่งใดแห่งหนึ่ง (มติชนออนไลน์ วันที่ 22 กันยายน 2554)

 

 

 
ศาลปกครองเปิดพิพิธภัณฑ์อักขราทร – โพสต์เมื่อ 21 กันยายน 2554  

เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ที่ผ่านมา ที่สำนักงานศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด เป็นประธานในพิธีเปิดพิพิธภัณฑ์ศาลปกครอง โดยตั้งอยู่ภายในอาคารสำนักงานศาลปกครอง บริเวณชั้น2 ซึ่งเป็นลักษณะของพิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่ได้จัดแสดงเรื่องราว 3 ส่วน คือความเป็นมาของศาลปกครอง วิวัฒนาการขององค์กรวินิจฉัยคดีปกครองและจุดกำเนิดศาลปกครอง พร้อมเปิดให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าชมได้โดยเสียค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ ในเวลา 8.30-16.30น.

ภายหลังจากการเปิดพิพิธภัณฑ์ฯได้มีการจัดเสวนาในหัวข้อ “ร้อยเรื่องราว กล่าวขาน ศาลปกครอง” โดยมีนายอักขราทร จุฬารัตน อดีตประธานศาลปกครองสูงสุด กล่าวเสวนาตอนหนึ่งว่า ในอดีตไม่มีองค์กรใดที่มีลักษณะเหมือนศาลปกครองมาทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้ อำนาจรัฐ จึงทำให้การใช้อำนาจของรัฐถูกมองว่าลุแก่อำนาจตามอำเภอใจ แต่เมื่อมีศาลปกครองเกิดขึ้นและมีการพิพากษาคดีปกครองต่อเนื่องมา การใช้อำนาจรัฐในปัจจุบันค่อยข้างดีขึ้นเรื่อย ๆ เพราะรัฐเองก็รู้ว่ามีคนคอยตรวจสอบอยู่ พร้อมกับคิดว่าต้องใช้อำนาจที่มีอยู่อย่างเป็นธรรมและมีเหตุผล แต่ก็ยังมีบางคนที่รู้สึกว่ามีองค์กรนี้แล้วทำงานยาก ในประเทศอื่นที่มีศาลปกครองนั้นจะใช้คำพิพากษาของศาลเป็นหลักในการบริหาร บ้านเมือง ซึ่งเมืองไทยหน่วยราชการจะยึดมติครม.เป็นหลักในการปฏิบัติ ดังนั้นหลายๆ เรื่องถ้าหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องมีการนำคำพิพากษาไปเป็นแนวปฏิบัติโดย ให้ออกเป็นมติครม. ก็เชื่อว่าจะทำให้การฟ้องคดีปกครองในบ้านเราลดน้อยลง

“ในระบบศาลคู่ปัญหาใหญ่ก็คือการตีความกฎหมายที่ไม่ถูกต้อง จนเกิดคำว่า ตุลาการภิวัฒน์ ผมเบื่อที่จะได้ยินคำนี้ เพราะเป็นการพูดที่เข้าใจผิดว่า ศาลปกครองเข้ามาตัดสินคดีล่วงล้ำไปในการบริหารของฝ่ายบริหาร ในอดีตมีแต่คดีแพ่งและคดีอาญาที่มีหลักกฎหมายพิจารณาที่ชัดเจนอยู่แล้ว แต่ในส่วนของคดีปกครองมันไม่มี มีเฉพาะตัวบทที่กำหนดอำนาจหน้าที่ ทำให้สิ่งที่ศาลตัดสินไปคนรู้สึกว่าใช้หลักกฎหมายที่ไม่เคยเห็นและไม่เคยมี และมองว่าเป็นการล้ำอำนาจของฝ่ายบริหาร แท้จริงแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้น แต่เป็นเพราะเราไม่เข้าใจกฎหมายมากกว่า ซึ่งเป็นเรื่องยากมากในการที่ศาลจะวินิจฉัยและเขียนคำพิพากษาที่เป็นการ สร้างสมดุลระหว่างประโยชน์ของประชาชน กับประโยชน์สาธารณะที่รัฐต้องเป็นผู้ดูแล” นายอักขราทร กล่าว (เดลินิวส์ วันที่ 20 กันยายน 2554)

 

 
กิจกรรมวันพิพิธภัณฑ์ไทย ประจำปี 2554 – โพสต์เมื่อ 15 กันยายน 2554  

พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย ร่วมกับ เครือข่ายชมรมเครือข่ายเพื่อนพิพิธภัณฑ์แห่งนครปฐม และเครือข่ายลานวัฒนธรรม จัดกิจกรรมวันพิพิธภัณฑ์ไทย ประจำปี 2554 (19 กันยายน) ขึ้น ระหว่างวันที่ 17-19 กันยายน 2554 ณ พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เพื่อจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีคุณูปการต่อวงการพิพิธภัณฑ์ไทย โดยจัดนิทรรศการพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในจังหวัดนครปฐม การสาธิต-จำหน่ายงานภูมิปัญญาท้องถิ่น และบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับบทบาทพิพิธภัณฑ์กับการพัฒนาสังคม โดย พระปลัดประพจน์ สุปภาโต ผู้ดำเนินงานพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดสำโรง ในเวลา 14.00 – 16.30 .

ถ้าท่านใดสนใจ สามารถติดต่อการเข้าร่วมกิจกรรมไปยังพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทยด้วยตนเอง ทางโทรศัพท์ หรือทางโทรสาร หมายเลข 0-3433-2061

 
เชิญร่วมการเสวนาวิชาการ หัวข้อ "อยุธยา: มรดก(โลก)ที่น่าเป็นห่วง" – โพสต์เมื่อ 13 กันยายน 2554  

โครงการพิทักษ์มรดกสยาม โดย สยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญร่วมการเสวนาวิชาการ หัวข้อ "อยุธยา: มรดก(โลก)ที่น่าเป็นห่วง" ในวันพุธที่ 21 กันยายน 2554 เวลา 13.00 - 16.30 น. ณ หอประชุมของสยามสมาคมฯ

ติดต่อสำรองที่นั่งได้ที่จารุณี คงสวัสดิ์ั โทร 02-6616470-7 ต่อ 204 หรือ ทางอีเมล jarunee@siam-society.org สามารถดาวน์โหลดใบตอบรับเข้าร่วมฟังการเสวนาได้ที่ http://www.siamese-heritage.org/Ayutthaya_replyform.pdf

คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติม

 
เชิญร่วมเสวนาเรื่อง "พิพิธภัณฑ์วิพากษ์: การเขม้นมองจากระยะไกล" – โพสต์เมื่อ 12 กันยายน 2554  

สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย และศูนย์การเรียนรู้มหาวิทยาลัยมหิดล ขอเชิญร่วมเสวนา...โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เรื่อง "พิพิธภัณฑ์วิพากษ์: การเขม้นมองจากระยะไกล โดย อ.สุดแดน วิสุทธิลักษณ์ คณะสังคมวิทยาและสังคมวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในวันพุธที่ 21 กันยายน 2554 เวลา 13.30-16.00 น. ณ. อาคารศูนย์การเรียนรู้ ห้อง 324 ชั้น 3

สอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่ง ที่ศูนย์บริการวิชาการและทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย โทร. 02-800-2344, 02-800-2308 ต่อ 3209

 
ข่าวพิพิธภัณฑ์ หน้า 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52
    Last Update 2011-09-26 10:26:41
 
  • มิวเซียมสยาม
    มิวเซียมสยามเป็นหน่วยงานหนึ่งของสถาบันการเรียนรู้แห่งชาติ ที่มุ่งสู่การเป็นแหล่งเรียนรู้อย่างรื่นรมย์ เพิ่งเปิดให้เข้าชมหมาด ๆ เมื่อต้นปี ใครอยากรู้ว่าพิพิธภัณฑ์แนวใหม่ที่ไม่น่าเบื่อเป็นอย่างไร ต้องไปชม