p_head_01.jpg (8960 bytes)
 
 

English Version



แผนที่แสดงตำแหน่งที่ตั้งพิพิธภัณฑ์



1 เดือนที่ผ่านมา มีพิพิธภัณฑ์ใด update


ค้นหาตามเงื่อนไขต่อไปนี้

ระบุ ชื่อพิพิธภัณฑ์ / คำสำคัญ


ระบุ เนื้อหาการจัดแสดง
(หากต้องการเลือกมากกว่า 1 รายการ ให้กดแป้นพิมพ์ Ctrl ค้างไว้ ร่วมกับการคลิกเมาส์เลือก)


ระบุ ผู้บริหารจัดการพิพิธภัณฑ์


ระบุ ภาค


ระบุ จังหวัด


ระบุ อำเภอ/เขต/กิ่งอำเภอ


  


ค้นจากแผนที่

 


สร้างพิพิธภัณฑ์เก็บวัตถุโบราณล้ำค่า วัดมหาธาตุนครพนม – โพสต์เมื่อ 21 ตุลาคม 2551  
เพจใหม่ 1

พระครูกิตติสุตานุยุต ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุ อ.เมือง จ.นครพนม เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากทางวัดมีสิ่งของสะสมมาตั้งแต่เจ้าอาวาสรูปก่อน ประกอบด้วย พระพุทธรูปปางต่างๆ วัตถุโบราณล้ำค่า ข้าวของเครื่องใช้สมัยโบราณ เช่น มีด ดาบ เคียว ฆ้อง กลองมโหระทึก เครื่องเงิน ทอง นาก เครื่องสังคโลก งาช้าง หนังสือโบราณ พระไตรปิฎก สมุดข่อย ภาพวาดบูรพาจารย์ และวัตถุมงคล เป็นต้น ปัจจุบันถูกเก็บรักษาไว้บนศาลาการเปรียญชั้น2 ของวัดโดยล็อกกุญแจคล้องไว้แน่นหนา และมีพระเณรผลัดเปลี่ยนเวรยามนอนเฝ้า ซึ่งสิ่งของดังกล่าวมีมากกว่า 5,000 ชิ้น จัดวางในตู้ระเกะระกะไม่เป็นระเบียบ ด้วยเหตุนี้จึงมีโครงการก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์-หอไตรขึ้นเพื่อเก็บรักษาและจัดแสดงเป็นสัดส่วน เป็นอาคารคอนกรีต 2 ชั้น ทรงจัตุรมุข ชั้นบนเป็นหอไตร ส่วนชั้นล่างเป็นพิพิธภัณฑ์ของเก่า อาคารหลังนี้วางศิลาฤกษ์ไปแล้วเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2550 โดยมีคุณหญิงพันธุ์เครือ ยงใจยุทธ เป็นประธานวางศิลาฤกษ์และบริจาคเบื้องต้นจำนวน 90,000 บาท ต่อมาวัสดุมีราคาสูงขึ้น การก่อสร้างต้องหยุดชะงัก และมีความคืบหน้าไปแค่ร้อยละ 20 สิ้นงบไปแล้ว 800,000 บาท แต่ยังขาดปัจจัยอีกจำนวนมาก โดยตั้งงบไว้ 5-6 ล้านบาท ผู้มีจิตศรัทธาร่วมทำบุญติดต่อบริจาคได้ที่ โทร.08-6579-7851 หรือที่บัญชีธนาคารกรุงไทย สาขานครพนม ชื่อบัญชีวัดมหาธาตุ หมายเลขบัญชี 408-0-03242-0

ที่มา: ข่าวสด 13 ตุลาคม 2551

 
สมเด็จพระเทพฯเปิดพิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน29 ต.ค.นี้ – โพสต์เมื่อ 15 ตุลาคม 2551  
เพจใหม่ 1

ที่พิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน และทรัพยากรธรณีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต.สุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา เจ้าหน้าที่ของทางพิพิธภัณฑ์กำลังเร่งจัดเตรียมสถานที่พร้อมตกแต่งอาคาร เพื่อพร้อมใช้ในงานพิธีเปิดตัวพิพิธภัณฑ์อย่างเป็นทางการในวันพุธที่ 29 ตุลาคม 2551 นี้ โดยในวันเปิดงานทางจังหวัดนครราชสีมา ได้กราบบังคบทูลเชิญสมเด็จพระเทพพระรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นองค์ประธาน พร้อมกันนี้ทางพิพิธภัณฑ์ฯยังได้เตรียมเปิดตัวงาช้างโบราณซึ่งคาดว่าน่าจะมี ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกให้ประชาชนได้ชมอีกด้วย

ผศ.ดร.(นาย)ประเทือง จินตสกุล ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยไม้กลายเป็นหิน และทรัพยากรธรณีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เปิดเผยว่า สำหรับความพร้อมในงานพิธีเปิดพิพิธภัณฑ์ฯอย่างเป็นทางการซึ่งจะมีขึ้นในวัน พุธที่ 29 ตุลาคม 2551 นี้ โดยในพิธีเปิดได้กราบบังคับทูลเชิญสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราช กุมารี เสด็จเป็นองค์ประธาน ซึ่งขณะนี้ตกแต่งสถานที่เรียบร้อยแล้วกว่าร้อยละ 90 เหลือเพียงการตกแต่งรายละเอียดส่วนแสดงอีกเล็กน้อยเท่านั้น

สำหรับพิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหินและทรัพยารณีภาคตะวันออกเฉียงเหนือแห่งนี้ ถือว่าเป็นแห่งแรกของประเทศไทยและเป็น1ใน7 พิพิธภัณฑ์ซากช้างโบราณของโลก ได้มีการแบ่งส่วนการแสดงที่น่าสนใจ เป็น 3 ส่วน ประกอบด้วย พิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน ซึ่งมีการจัดแสดงไม้กลายเป็นหินอายุเก่าแก่ที่โดดเด่นและพบมากในจังหวัด นครราชสีมา ได้แก่ ไม้กลายเป็นหินอัญมณี หรือที่เรียกว่า โอปอ ซึ่งมีอายุกว่า 8 แสนปี ที่ใหญ่ที่สุดและมีจัดแสดงที่เดียวในประเทศไทย รวมทั้งไม้กลายเป็นหินที่มีความหลากหลายด้านอายุ ที่มีอายุกว่า 8 แสนปี-100 ล้านปี และสุดท้ายคือไม้กลายเป็นหินในตระกูลปาล์มที่พบมากในจังหวัดนครราชสีมา และนอกจากนี้ในส่วนการจัดแสดงที่ 2 คือพิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์ ที่มีการจัดแสดงเน้นการขุดค้นพบซากช้างที่พบในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งจังหวัดนครราชสีมาถือเป็นแหล่งใหญ่ที่มีการพบซากช้างโบราณมากแห่งหนึ่ง โดยพบซากช้างโบราณถึง 8 สกุล ใน 42 สกุลที่พบทั่วโลก

ข่าวจาก: เนชั่นแชนแนล (13 ตุลาคม 2551)

 

 
เปิด"พิพิธภัณฑ์ขนมไทย" ที่อัมพวา – โพสต์เมื่อ 2 ตุลาคม 2551  
เพจใหม่ 1

    เมื่อวันที่ 29 กันยายน ร้อยโทพัชโรดม อุนสุวรรณ นายกเทศมนตรีตำบลอัมพวา เปิดเผยว่า ชุมชนอัมพวานับเป็นชุมชนต้นแบบของขนมไทย เป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติที่มีคุณภาพ สามารถเป็นวัตถุดิบในการผลิตขนมไทยภายในชุมชนได้เป็นอย่างดี ด้วยเหตุนี้ เทศบาลตำบลอัมพวา จึงได้ร่วมมือกับ บริษัท อุตสาหกรรมขนมไทย จำกัด และ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ดำเนินโครงการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์ขนมไทยและศูนย์พัฒนาองค์ความรู้อัมพวาขึ้น ณ อาคารอเนกประสงค์ เทศบาลตำบลอัมพวา อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งมีพิธิเปิดโดย ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา
    โครงการนี้ มีความสำคัญต่อชุมชนอัมพวาเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในด้านการพัฒนาคุณภาพ มาตรฐานสินค้าและผลิตภัณฑ์ขนมไทย รวมทั้งพัฒนาผู้ประกอบการให้มีความรู้ความเข้าใจในกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ ตราสินค้า เพื่อนำไปสู่การพัฒนาเพื่อยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ รวมทั้งเป็นการสร้างเอกลักษณ์ให้กับขนมไทยของชุมชนอัมพวา ให้เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค และเป็นต้นแบบของวิสาหกิจชุมชนขนมไทย ขณะเดียวกันก็จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว ด้วยการดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวใน พื้นที่ ก่อให้เกิดการสร้างงานและสร้างรายได้ให้กับชุมชนต่อไป
ดังนั้นความร่วมมือกับ สสว. และเทศบาลตำบลอัมพวา ในการดำเนินโครงการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์ขนมไทยและศูนย์พัฒนาองค์ความรู้อัมพวา จึงเป็นส่วนสำคัญในการร่วมอนุรักษ์ สืบสาน เรียนรู้ และพัฒนาอุตสาหกรรมขนมไทย
    ทั้งนี้ ชุมชนอัมพวา มีความเหมาะสมที่จะเป็นสถานที่ศึกษาเรียนรู้ เพื่อให้เกิดความตระหนักถึงคุณค่าของการดำเนินชีวิตและดำเนินธุรกิจชุมชนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ประกอบกับชุมชนมีเอกลักษณ์ทั้งในเรื่องความแตกต่าง และหลากหลายของผลิตภัณฑ์ขนมไทย รวมถึงประเพณีวัฒนธรรมในอดีต รูปแบบการอยู่อาศัยโดยเฉพาะเรือนแถวไม้ริมแม่น้ำ ที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์อยู่ควบคู่กับวิถีชีวิตประจำวันของชุมชนอัมพวา ซึ่งได้รับการอนุรักษ์ร่วมกันระหว่างชุมชนและมูลนิธิชัยพัฒนา สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่ได้มากขึ้น
(มติชน : 29 กันยายน 2551)

 

 
หอศิลป์ริมน่านขอเชิญร่วมชมนิทรรศการศิลปกรรม “บันทึกสีน้ำ” ผลงานของพิบูลศักดิ์ ละครพล – โพสต์เมื่อ 30 กันยายน 2551  
เพจใหม่ 1

       พิบูลศักดิ์ ละครพล ได้รับการขนานนามในวงการเดียวกันว่า เจ้าชายโรแมนติค เรียนจบมาทางด้านศิลปะแต่ไม่ค่อยแสดงผลงานเป็นกิจกรรมหลัก นอกเสียจากจะร่วมรับเชิญกับเพื่อนศิลปินเป็นครั้งคราว เวลาส่วนใหญ่อุทิศให้กับการเก็บเกี่ยวข้อมูลเขียนหนังสือแนวสารคดีการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะเห็นผลงานภาพเขียนสีน้ำของพิบูลศักดิ์ในแนวภาพภูมิทัศน์ (Landscape) และภาพทิวทัศน์ทางทะเล (Seascape) เสียส่วนใหญ่ ภาพสีน้ำผลงานของพิบูลศักดิ์ แสดงความโปร่งเบาสบาย สดใส ไม่ซับซ้อน หรือไม่แสดงความจริงจังกับเนื้อหาสาระเป็นสำคัญ แต่ทักษะฝีมือที่จริงจังมั่นคงแสดงความหมายถึงการได้ให้ความสำคัญกับบรรยากาศที่พบเห็นด้วยสีสันมากกว่ารูปร่างหรือรูปทรง

     ดังนั้นนิทรรศการ  บันทึกสีน้ำ จึงเป็นเสมือนสื่อรองรับการแสดงออกด้านอารมณ์ความรู้สึกของศิลปินที่เป็นทั้งนักเขียนอย่างพิบูลย์ศักดิ์ ในแนวทางศิลปะ   เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับการกล่าวถึงอารมณ์โรแมนติค ที่เขาได้แทรกในเนื้อหาสาระเวลาที่เรียบเรียงเขียนอักษร จึงจะเห็นความพ้องกัน หรือสอดคล้องกันกับการระบายอารมณ์ ความรู้สึกละมุนละไม ประสานกลมกลืนด้วยสีสัน การระบายสีน้ำที่โปร่งเบาสบายบนกระดาษ ทดแทนปากกาที่เรียบเรียงอักขระแบบนักเขียน

นิทรรศการ บันทึกสีน้ำจัดแสดง ณ หอศิลป์ริมน่าน (สตูดิโอแกลลอรี่ )

ระหว่างวันที่ 21 พฤศจิกายน 2551-10 มกราคม 2552

สอบถามรายละเอียดได้ที่

คุณพิบูลย์ศักดิ์  ละครพล  โทร. 086-9039-800

หอศิลป์ริมน่าน  โทร.054-798 -046 , 081-322 -2912

     

               

 

 
เปิด"พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมผ้าเผ่าไทในประเพณีแต่งงาน" ที่สำนักพิพิธภัณฑ์ฯ มก. บางเขน – โพสต์เมื่อ 27 สิงหาคม 2551  
เพจใหม่ 1

 

ในวันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคมนี้ เวลา 09.00 น. ท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์ รองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จะเป็นประธานในพิธีเปิด"พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมผ้าเผ่าไทในประเพณีแต่งงาน" ที่สำนักพิพิธภัณฑ์และวัฒนธรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 76 พรรษา โดยได้รับความร่วมมือจากพิพิธภัณฑ์ผ้าที่มีชื่อเสียง เช่น พิพิธภัณฑ์สบันงา , พิพิธภัณฑ์ผ้าไทครั่ง จ.ชัยนาท, พิพิธภัณฑ์อูบคำ, พิพิธภัณฑ์บ้านประนอม, พิพิธภัณฑ์ผ้าทองคำ, กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองของชนเผ่าไทต่างๆ

ในวันเดียวกันนี้ อาจารย์เผ่าทอง ทองเจือ ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย จะปาฐกถาพิเศษเฉลิมพระเกียรติเรื่อง "ผ้าไหมไทยตรานกยูงพระราชทาน" และ อาจารย์อรไท ผลดี ผู้อำนวยการสำนักพิพิธภัณฑ์ฯ เสนอผลงานวิจัยเรื่อง "จากต้นกำเนิดผ้าไหมไท  7,000 ปี สู่วัฒนธรรมผ้าเผ่าไทในประเพณีแต่งงาน" ซึ่งได้นำชุดอภิเษกที่เก่าแก่อายุไม่ต่ำกว่า 100 ปี ของเจ้าฟ้าและเจ้าหญิงของไทยใหญ่ ไทเขิน และไทลื้อมาจัดแสดง อาจารย์มีชัย แต้สุจริยา บรรยายเรื่องประเพณีแต่งงานของอุบลราชธานีศรีวนาไล และการเดินแบบอลังการประเพณีแต่งงานของอาณาจักรล้านนา โดยคุณอัครเดช นาคบัลลังก์ จากพิพิธภัณฑ์สบันงา เชียงใหม่ การเดินแบบอลังการประเพณีแต่งงานของอาณาจักรล้านช้าง โดยอาจารย์แก้วสิริ เอเวอริงแฮม และอาจารย์สมชาย สกุลคู ต่อด้วยการเดินแบบ ประเพณีแต่งงานของชาวไทครั่ง โดย น.สพ. ปรีชา คงคะสุวัณณะ                                       

นอกจากนั้น ในวันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม มีการจัดงานสัมมนาวิชาการนานาชาติเรื่องวัฒนธรรมผ้าเผ่าไทในประเพณีแต่งงาน นำเสนอผลงานโดยนักวิชาการนานาชาติเชื้อสายไท อาทิ ประเพณีแต่งงานของไทจ้วง โดย รศ. นอง ลี พู่ รองผู้อำนวยการสถาบันเอเชียศึกษา มณฑลกวางสี ประเพณีแต่งงานของไทคำตี่ โดยอาจารย์เปหม จะคับ ผู้อำนวยการชนกลุ่มน้อย อรุนจันประเทศ อินเดีย  ประเพณีแต่งงานของไทอาหม โดยอาจารย์สังคีตา โกกอย มหาวิทยาลัยมันกัลดัล รัฐอัสสัม อินเดีย เป็นต้น

 

 

 
พบรอยเท้า “ไดโนเสาร์” เก่าสุดในโลกที่ชัยภูมิ -อายุ 210ล้านปี คาดเป็นแหล่งกำเนิด – โพสต์เมื่อ 19 สิงหาคม 2551  
เพจใหม่ 1

 

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม เวลา 10.30 น.ที่พิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน ต.สุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา ผศ.ดร.เศาวนิต เศาณานนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา พร้อมด้วย ผศ.ดร.ประเทือง จินตสกุล ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยไม้กลายเป็นหินและทรัพยากรธรณี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา พร้อมด้วยตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและจังหวัดชัยภูมิ ร่วมกันแถลงข่าว การค้นพบรอยเท้าไดโนเสาร์อายุประมาณ 210 ล้านปีก่อน ซึ่งเป็นรอยเท้าเก่าที่สุดในโลกที่ บ้านโนนตูม ต.วังชมภู อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ
     
ทั้งนี้จากการสำรวจ พบรอยเท้าไดโนเสาร์จำนวนมากกว่า 80 รอย บนลานหินทราย พื้นที่ประมาณ 50 ตารางเมตร สามารถจำแนกรอยเท้าที่ปรากฏได้ 3 ลักษณะ คือ ลักษณะแรกเป็นแนวทางเดินของรอยเท้าทรงกลมมน คล้ายรอยเท้าของช้าง จำนวนไม่ต่ำกว่า 17 รอย คาดว่าเป็นรอยเท้าของไดโนเสาร์ซอโรพอด หรือ ไดโนเสาร์สี่เท้าขนาดใหญ่กินพืช ลักษณะที่ 2 เป็นแนวทางเดินของรอยเท้า 3 นิ้ว คล้ายเท้านก จำนวนไม่ต่ำกว่า 15 รอย คาดว่าเป็นรอยเท้าของไดโนเสาร์ คาร์โนซอร์ หรือ ไดโนเสาร์สองเท้าขนาดใหญ่กินเนื้อ ส่วนลักษณะที่ 3 เป็นแนวทางเดินของรอยเท้า 2 กีบคล้ายเท้าควาย ลักษณะที่ 3 นี้ ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นรอยไดโนเสาร์ หรือสัตว์เลื้อยคลานประเภทใด แต่คาดว่าเป็นรอยเท้าพวกใหม่ที่น่าจะยังไม่เคยพบมาก่อน
       
ผศ.ดร.ประเทือง กล่าวว่า รอยเท้าทั้งหมดพบอยู่บนหินที่นักธรณีวิทยาเรียกว่า หมวดหินน้ำพอง ซึ่งกรมทรัพยากรธรณี ให้อายุอยู่ในยุคไทรแอสซิกตอนปลาย หรือประมาณ 210 ล้านปีก่อน ความสำคัญของรอยเท้าที่พบครั้งนี้ จึงคาดว่าเป็นรอยเท้าไดโนเสาร์ซอโรพอด และคาร์โนซอร์ที่มีอายุเก่าที่สุดในโลก เพราะรอยเท้าดังกล่าวในแหล่งอื่นที่อายุเก่า จะพบในหินยุคจูแรสซิก (ประมาณ 200-146 ล้านปีก่อน) จะได้มีผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศจะลงมาศึกษาต่อเพื่อหารายละเอียดของรายเท้าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง การค้นพบครั้งนี้ถือเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก และนับเป็นโอกาสที่ดีที่จะสนับสนุนให้มีพิพิธภัณฑ์แสดงรอยเท้าไดโนเสาร์ ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกให้เกิดขึ้นในท้องถิ่น        
     
สถาบันวิจัยไม้กลายเป็นหินฯ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ซึ่งมีพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์อยู่แล้ว จะนำรอยเท้าจำลองมาจัดแสดงนิทรรศการรอยเท้าไดโนเสาร์ชัยภูมิที่ อาคารสิรินธร ภายในสถาบันวิจัยไม้กลายเป็นหิน ต.สุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา จะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 29 ต.ค.2551 ที่จะถึงนี้ โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเสด็จฯมาเป็นองค์ประธานเปิดอาคารดังกล่าว (ผู้จัดการออนไลน์ 18 สิงหาคม 2551)

 

 

 
ข่าวพิพิธภัณฑ์ หน้า 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36
    Last Update 2010-08-19 09:22:58
 
  • วารสารเมืองโบราณ
    ผู้สนใจด้านศิลปวัฒนธรรมและโบราณคดีคงรู้จักวารสารวารเมืองโบราณเป็นอย่างดี เวบนี้มีคอลัมน์ชุมชนพิพิธภัณฑ์ ที่คอลัมนิสต์ของวารสารดังกล่าวเขียนประสบการณ์เล่าสู่กันฟังเกี่ยวกับการไปเยือนพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ