p_head_01.jpg (8960 bytes)
 
 

English Version



แผนที่แสดงตำแหน่งที่ตั้งพิพิธภัณฑ์



1 เดือนที่ผ่านมา มีพิพิธภัณฑ์ใด update


ค้นหาตามเงื่อนไขต่อไปนี้

ระบุ ชื่อพิพิธภัณฑ์ / คำสำคัญ


ระบุ เนื้อหาการจัดแสดง
(หากต้องการเลือกมากกว่า 1 รายการ ให้กดแป้นพิมพ์ Ctrl ค้างไว้ ร่วมกับการคลิกเมาส์เลือก)


ระบุ ผู้บริหารจัดการพิพิธภัณฑ์


ระบุ ภาค


ระบุ จังหวัด


ระบุ อำเภอ/เขต/กิ่งอำเภอ


  


ค้นจากแผนที่

 


วธ.ปรับค่าบัตรโบราณสถาน-พิพิธภัณฑ์ คนไทย5-30บาท/ต่างชาติสูงสุด200 นักเรียน-คนพิการ"ชมฟรี" เริ่ม1 ต.ค. – โพสต์เมื่อ 5 สิงหาคม 2551  
เพจใหม่ 1

   

    นายเกรียงไกร สัมปัชชลิต อธิบดีกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้มีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดค่าเข้าชมและค่าบริการอื่นสำหรับโบราณสถานที่ได้ขึ้นทะเบียนแล้วและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ 2551 ขึ้นมาใหม่และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ตุลาคม เป็นต้นไป โดยในร่างกฎกระทรวงดังกล่าวได้กำหนดค่าเข้าชมและค่าบริการเข้าชมโบราณสถานที่ได้ขึ้นทะเบียนและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ 32 จังหวัดในอัตราใหม่ โดยมีอัตราค่าเข้าชมบัตรปลีกสำหรับบุคคลสัญชาติไทยมี 3 ราคา คือ 5, 20, 30 บาท ส่วนบุคคลสัญชาติอื่นอัตราค่าเข้าชมบัตรปลีก มี 3 ราคา คือ 5, 50, 100, 150, 200 บาท ทั้งนี้ ราคาแต่ละสถานที่อาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับโบราณสถานและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่เข้าชมด้วย และหากผู้เข้าชมต้องการชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ 3 แห่งในวันเดียวกัน สามารถซื้อบัตรรวมในราคา 60 บาท สำหรับบุคคลสัญชาติไทย และราคา 350 บาท สำหรับบุคคลสัญชาติอื่นซึ่งราคาจะถูกกว่าการซื้อบัตรปลีก

    "การปรับอัตราค่าเข้าชมใหม่ไม่ได้ปรับมานานแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ.2539 และการปรับคราวนี้ก็มีราคาเพิ่มขึ้นไม่มากโดยปรับให้สอดคล้องกับสภาพปัจจุบัน เช่น อัตราค่าเข้าชมบัตรปลีกของคนไทยเดิมจะเสีย 20 บาท ส่วนอัตราใหม่ 30 บาท ดังนั้น จึงไม่น่าจะมีผลกระทบอะไรและที่สำคัญจะเป็นโยชน์อย่างมากในการที่จะนำรายได้ จากค่าเข้าชมมาใช้ในการบูรณะดูแลโบราณสถานและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเหล่านี้ ให้คงอยู่และไม่ชำรุดเสียหาย นอกจากนี้ ในร่างกฎกระทรวงได้ยกเว้นค่าเข้าชมและค่าบริการให้แก่คนพิการและผู้ด้อยโอกาส ภิกษุ สามเณรในพระพุทธศาสนา หรือนักพรตและนักบวชในศาสนาอื่น นักเรียน นิสิต นักศึกษาในเครื่องแบบรวมทั้งครู อาจารย์ผู้ควบคุมในกรณีที่สถานศึกษาหรือสถาบันการศึกษาขอเข้าชมเป็นหมู่คณะ ทั้งนี้ นอกจากการปรับอัตราค่าเข้าชมแล้วในกรณีผู้ที่ประสงค์จะใช้บริการหูฟังบรรยาย ภาษาต่างประเทศต้องเสียค่าบริการคนละ 50
บาทด้วย"
นายเกรียงไกรกล่าวต่อด้วยว่า กรมศิลปากรยังได้ปรับปรุงบัตรเข้าชมใหม่ให้มีความทันสมัยและ สามารถเก็บเป็นของสะสมหรือของที่ระลึกได้ โดยจัดพิมพ์ด้วยกระดาษอาร์ตมันสี่สี บัตรเป็นรูปสี่เหลี่ยนผืนผ้ามีพื้นหลังเป็นภาพของโบราณสถานและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติแต่ละแห่ง (มติชน 4 สิงหาคม 2551)

 
หอศิลป์ของชาติ ไม่ต้องร้องเพลงรออีกแล้ว – โพสต์เมื่อ 28 กรกฎาคม 2551  

แล้วพี่น้องชาวไทยที่รักงานศิลปะก็ได้ชื่นชมหอศิลป์กรุงเทพฯ หรือชื่อเต็ม ๆ ว่า หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร (Bangkok Art and Culture Center) กันเสียที หลังจากรอมานานถึง 14 ปี ด้วยงบประมาณกว่า 600 ล้านบาท ที่ทุ่มทุนสร้างเพื่อหวังให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองศูนย์กลางของศิลปะและวัฒนธรรมของประเทศ

หอศิลป์กรุงเทพฯ ตั้งอยู่ตรงสี่แยกปทุมวัน ตรงข้ามห้างดังอย่างมาบุญครองและสยามดิสคัฟเวอรี่เซ็นเตอร์ จึงเดินทางไปมาสะดวกสบาย เพราะอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าด้วย

ผู้ออกแบบตัวอาคารก็คือบริษัท Robert G. Boughey & Association (RGB Architect) ซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศการออกแบบโครงการนี้ไปเมื่อปี 2539 จัดประกวดโดยกรุงเทพมหานคร

ตัวอาคารออกเป็นรูปทรงกระบอกสูง 7 ชั้น สามารถเดินวนเป็นรูปก้นหอยได้ ทำให้สะดวกต่อการชมงานศิลปะ นอกจากนี้ยังเป็นตึกทึบเพื่อกันไม่ให้แสงสว่างจากภายนอกเข้าไปทำลายงานศิลปะภายในได้ ภายในประกอบด้วยห้องสมุดประชาชน ห้องปฏิบัติงานศิลปะ ห้องเอนกประสงค์ ร้านค้า โรงภาพยนตร์ และโรงละครขนาด 222 ที่นั่ง

สำหรับนิทรรศการแรกที่เราจะได้เข้าชื่นชมกันคือ ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ในสมเด็จพระเทพรัตนสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งจะเปิดให้ชมในวันที่ 29 กรกฎาคม ศกนี้

นอกจากนี้เขายังจัดพื้นที่ด้านหน้าหอศิลป์เป็น ตลาดนัดศิลปะ เพื่อเปิดโอกาสให้ศิลปินอิสระได้เข้ามาใช้พื้นที่แสดงงานศิลปะอย่างดนตรี การแสดง ศิลปะแบบจัดวางและผลงานศิลปะอย่างที่เมืองนอกทำกัน (บ้านและสวน เดือนกรกฎาคม 2551)

 
การอภิปรายเรื่อง “มุมมอง...พิพิธภัณฑ์ฯ ทุกวันนี้” – โพสต์เมื่อ 24 กรกฎาคม 2551  
เพจใหม่ 1

ขอเชิญผู้สนใจฟังการอภิปรายเรื่อง “มุมมอง...พิพิธภัณฑ์ฯ ทุกวันนี้” พร้อมชมภาพยนตร์เรื่อง “พระเจ้าช้างเผือก” และ “ช้าง” ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2483 และ 2468 ในวันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม 2551 เวลา 18.00-20.30 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 6 อาคารรำไพพรรณี พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02-280-3413-4

 

 

 
มรดกโลก"บ้านเชียง"ขาดแคลนงบฯ บุคลากรไม่เพียงพอ-พิพิธภัณฑ์ปิดสัปดาห์ละ 2 วัน – โพสต์เมื่อ 21 กรกฎาคม 2551  

นายมโน กลีบทอง หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ชี้แจงว่า ตามที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง ได้ปิดให้บริการเพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์ และจัดสถานที่แสดงนิทรรศการเป็นการถาวรแล้วเสร็จมาตั้งแต่กลางปีงบประมาณ 2550 เป็นต้นมา และได้ทดลองเปิดให้บริการเป็นประจำทุกวัน โดยไม่มีวันหยุดประจำสัปดาห์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์เลย แต่เนื่องจากในปีงบประมาณ 2551 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง ได้รับงบประมาณจำกัด และบุคลากรในการปฏิบัติการน้อย ไม่เพียงพอต่อการเปิดให้บริการทุกวันโดยไม่มีวันหยุดเลย ดังนั้น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง จึงขอให้ผู้สนใจเข้าชมนิทรรศการและการแสดงวัตถุโบราณของพิพิธภัณฑ์ เข้าชมได้ตั้งแต่วันพุธถึงวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. ทุกสัปดาห์ ปิดให้บริการวันจันทร์และอังคาร ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ จะเปิดให้บริการเป็นกรณีพิเศษ ส่วนผู้ที่จะเดินทางเข้ามาชมเป็นหมู่คณะ ก็ขอให้ติดต่อประสานงานล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันทำการตามวันปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ก็คือวันเวลาปฏิบัติงานของราชการทั่วไป ผู้ประสงค์จะติดต่อสอบถามข้อมูลรายละเอียดโทร.ไปที่ 0-4220-8340-1
 
 สำหรับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง พุทธศักราช 2535 คณะกรรมการมรดกโลก ได้ขึ้นทะเบียนแหล่งวัฒนธรรมบ้านเชียงไว้ในบัญชีรายชื่อแหล่งมรดกโลก พิพิธภัณฑ์มีสถานที่ให้ชม 2 ส่วนคือ ส่วนที่เก็บรักษาโบราณวัตถุภายในตัวอาคารซึ่งจัดเก็บรักษาโบราณวัตถุและวัฒนธรรมบ้านเชียงในอดีต เครื่องมือเครื่องใช้แสดงถึงเทคโนโลยีสมัยโบราณ และสภาพแวดล้อมในอดีต รวมทั้งเครื่องปั้นดินเผาที่มีอายุประมาณ 4,000-7,500 ปี ส่วนที่ 2 เป็นพิพิธภัณฑ์เปิดอยู่ในบริเวณวัดโพธิ์ศรีใน ซึ่งกรมศิลปากรได้รักษาสภาพของหลุมขุดค้นทางโบราณคดี เพื่อแสดงให้เห็นสภาพของการขุดค้นพบโครงกระดูก ภาชนะดินเผาสิ่งของอื่นๆ ที่ฝังรวมกับศพ (ข่าวสด วันที่ 12 ก.ค. 2551)

 

 
เขมรทวงโบราณวัตถุจากไทยตั้งพิพิธภัณฑ์พระวิหาร – โพสต์เมื่อ 11 กรกฎาคม 2551  
เพจใหม่ 1

หลังจากคณะกรรมการมรดกโลกขององค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก รับขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ตามที่ประเทศกัมพูชาเสนอนั้น ล่าสุดสำนักข่าวซินหัวของทางการจีนนำเสนอข่าวว่า กัมพูชามีแผนจะสร้างพิพิธภัณฑ์ปราสาทพระวิหารเพื่อเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยว ทั้งยังจะขอให้ไทยส่งมอบโบราณวัตถุที่เกี่ยวเนื่องกับปราสาทหลังนี้คืนให้เขมรนำไปจัดแสดงด้วย

 นายเมือง สอน ประธานกองทุนอารยธรรมเขมร หรือ ขะแมร์ ซิวิไลเซชั่น ซัพพอร์ต ฟันด์ กล่าวในรายงานของซินหัวว่า จะสร้างพิพิธภัณฑ์ปราสาทพระวิหารที่มีมูลค่า 2 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6.5 แสนบาท) พร้อมทั้งวิงวอนขอให้ไทยส่งมอบศิลปวัตถุที่เกี่ยวเนื่องกับประสาทพระวิหารคืนให้เขมรนำไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ต่อไป นอกจากนี้ นายเมือง สอน ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานบริษัทท่องเที่ยวยูเรเชีย เทรเวล ควบอีกตำแหน่ง ยังแสดงความหวังเอาไว้ด้วยว่า ปราสาทพระวิหารจะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพในอนาคต

แหล่งข่าวผู้เชี่ยวชาญโบราณคดีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กรมศิลปากร แสดงความเห็นกรณีการทวงคืนโบราณวัตถุจากปราสาทพระวิหารว่า หากย้อนดูคำสั่งศาลโลกเมื่อปี 2505 จะเห็นเนื้อหาหลัก 3 ประการ คือ 1.ให้พื้นที่เฉพาะตัวปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา 2.ให้ประเทศไทยสั่งถอยกำลังทหารและตำรวจออกจากพื้นที่บริเวณนั้น และ 3.ให้ไทยส่งมอบทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องคืนกัมพูชา ซึ่งรัฐบาลไทยช่วงนั้นก็ได้ปฏิบัติตามทุกอย่าง จากนั้นก็ไม่เคยมีการเรียกร้องหรือร้องเรียนในเรื่องนี้จากรัฐบาลกัมพูชามาก่อน

 นักโบราณคดีกล่าวอีกว่า หากฝ่ายใดเชื่อว่ามีโบราณวัตถุจากปราสาทพระวิหารหลงเหลืออยู่ในประเทศไทย ก็ต้องทำตามกติกาทวงคืนโบราณวัตถุที่ทำกันจนเป็นหลักสากล คือ ต้องแสดงรายละเอียดของรายการโบราณวัตถุที่ต้องการทวงคืน พร้อมแสดงหลักฐานว่าเป็นโบราณวัตถุของประเทศตนจริง เช่น เทวรูป รูปเคารพ ฯลฯ ว่าสร้างขึ้นสมัยใด รวมถึงรายละเอียดขนาดและรูปร่าง และที่สำคัญคือ ต้องมีการสืบข้อเท็จจริงให้พร้อมว่าสมบัติชิ้นนั้นอยู่ในประเทศใด หรือมีการแสดงโชว์ตั้งวางประจำไว้ในสถานที่ใด

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญโบราณคดียังตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า โครงการก่อสร้างหรือจัดทำพิพิธภัณฑ์ภายในปราสาทพระวิหาร โดยมีจุดประสงค์เพื่อนำโบราณวัตถุไปวางโชว์นั้น ตามข้อเท็จจริงแล้วพื้นที่ปราสาทพระวิหารที่เป็นของกัมพูชานั้น ไม่ใช่พื้นที่กว้างขวางหรือใหญ่โตมากพอที่จะทำพิพิธภัณฑ์ หรือหากต้องการสร้างจริง คณะกรรมการมรดกโลกก็คงไม่ยินยอม เพราะจะทำให้เค้าโครงโบราณสถานดั้งเดิมเสียหายได้ หากจะสร้างภายนอกที่ยังเป็นเขตพื้นที่พิพาทกับไทยก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกัน (คมชัดลึก วันที่ 10 ก.ค. 2551)

 
ขโมยภาพพิมพ์ของปิกัสโซ่ในพิพิธภัณฑ์บราซิล – โพสต์เมื่อ 10 กรกฎาคม 2551  
เพจใหม่ 1
แก๊งหัวขโมยในบราซิลก่อเหตุอุกอาจ บุกขโมยภาพพิมพ์ของปิกัสโซ่ ถึงในพิพิธภัณฑ์ย่านใจกลางนครริโอ เดอ จาเนโร
 
โฆษกของพิพิธภัณฑ์ เปิดเผยว่า ขโมย 3 คน พร้อมอาวุธครบมือ ได้เข้ามาขโมยภาพพิมพ์ผลงานของ ปาโบล ปิกัสโซ่ ศิลปินเลื่องชื่อของสเปน จำนวน 2 ภาพ นอกจากนี้ ยังขโมยภาพเขียนสีน้ำมันของศิลปินชื่อดังชาวบราซิล ไปอีก 2 ภาพ มูลค่ารวมทั้งหมดราว 612,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 19 ล้านบาท
 
เจ้าหน้าที่ระบุว่า ชายทั้ง 3 คน ลงมือก่อเหตุกลางวันแสกๆ โดยแฝงตัวมาในคราบนักท่องเที่ยว เหตุการณ์โจรกรรมครั้งนี้นับเป็นการโจรกรรมครั้งใหญ่เป็นครั้งที่ 2 ที่เกิดขึ้นภายในไม่เวลาถึง 1 ปี หลังจากเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ผลงานของปิกัสโซ่เพิ่งถูกขโมยไป (เนชั่นชาแนล วันที่ 10 ก.ค. 51)
 
ข่าวพิพิธภัณฑ์ หน้า 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36
    Last Update 2010-08-19 09:22:58
 
  • พิพิธภัณฑ์ส้วม
    น่าแปลกใจไม่น้อยที่พบว่า พิพิธภัณฑ์ที่นำเสนอเรื่องราวของส้วมล้วน ๆ และจัดแสดงส้วมในรูปแบบต่าง ๆ ได้เกิดขึ้นแล้วที่กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย ที่นี่รวมรวมคอลเล็กชั่นส้วมทุกมุมโลก ตั้งแต่ "ส้วมของเมื่อวาน" จนถึง "ส้วมในวันนี้" ส้วมไม่ได้เป็นเพียงแค่สิ่งรองรับของเสียจากร่างกายมนุษย์ หากแต่เชื่อมโยงให้เราเห็นถึงวัฒนธรรมการขับถ่าย การสร้างสรรค์ ความประณีตในวิถีชีวิต ฯลฯ เวบไซต์ยังมีบทความว่าด้วยพัฒนาการของส้วม ที่เขียนโดยผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ ให้ได้อ่านเพิ่มพูนความรู้กันอีกด้วย