p_head_01.jpg (8960 bytes)
 
 

English Version



แผนที่แสดงตำแหน่งที่ตั้งพิพิธภัณฑ์



1 เดือนที่ผ่านมา มีพิพิธภัณฑ์ใด update


ค้นหาตามเงื่อนไขต่อไปนี้

ระบุ ชื่อพิพิธภัณฑ์ / คำสำคัญ


ระบุ เนื้อหาการจัดแสดง
(หากต้องการเลือกมากกว่า 1 รายการ ให้กดแป้นพิมพ์ Ctrl ค้างไว้ ร่วมกับการคลิกเมาส์เลือก)


ระบุ ผู้บริหารจัดการพิพิธภัณฑ์


ระบุ ภาค


ระบุ จังหวัด


ระบุ อำเภอ/เขต/กิ่งอำเภอ


  


ค้นจากแผนที่

 


จังหวัดนครพนม เปิดงานออนซอนนครพนม เนื่องในพิธีเปิดพิพิธภัณฑ์ จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม(จวนหลังเก่า) – โพสต์เมื่อ 30 พฤษภาคม 2551  
เพจใหม่ 1

    จังหวัดนครพนม จัดงานออนซอนนครพนม เนื่องในพิธีเปิดพิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม (จวนหลังเก่า)  ถนนสุนทรวิจิตร อ.เมือง จ.นครพนม วันที่ 17 -19 พฤษภาคม 2551 โดย พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดพิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม (จวนหลังเก่า) ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 17 -19 พฤษภาคม 2551 ตั้งแต่เวลา 09.00น.–19.00น.  มีกิจกรรมจัดนิทรรศการแสดงภาพประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินจังหวัดนครพนม เมื่อ พ.ศ.2489, การแสดงภาพแห่งความทรงจำ จากโครงการประกวดภาพ ภาพเก่าเล่าเรื่องเมืองนครพนม ”,  การเสวนาเรื่อง ความทรงจำ ประวัติเมืองนครพนม เสน่ห์อาคารย่านเก่า มูลมังบ้านเฮา, การจัดงานสโมสรย้อนยุค เป็นบรรยากาศการเลี้ยงรับรองในจวนข้าหลวงเมื่ออดีต การตักบาตรริมโขงเพื่อความเป็นสิริมงคลวันวิสาขบูชา,ร่วมขบวนเดินและขี่จักรยานเพื่อสุขภาพ, การแสดงพื้นบ้านการแสดงอาหาร 4 ชาติ ไทย ลาว เวียตนาม ฝรั่งเศส.

   

    จวนผู้ว่าราชการจังหวัด(หลังเดิม) หลังดังกล่าวนี้ เดิมเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของพระยาอดุลยเดช สยามเมศวรภักดีพิริยพาหะ( อุ้ย นาครทรรพ ) เทศาภิบาลมณฑลอุดรธานี ก่อสร้างระหว่างปี พ.ศ.2455 – 2457 อาคารเป็นสถาปัตยกรรมของฝรั่งเศส  ต่อมาพระยาอดุยเดชฯ ได้ขายอาคารหลังนี้ให้กระทรวงมหาดไทย เพื่อใช้เป็นที่พักของผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เมื่อ พ.ศ.2470 ในราคา 2 หมื่นบาท ซึ่งต่อมามีผู้ว่าราชการจังหวัด พำนักในจวนแห่งนี้จำนวน 24 คน ปัจจุบันกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียน เป็นโบราณสถาน  ในระหว่างวันที่ 13 –15 พฤศจิกายน พ.ศ.2498 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดนครพนมได้จัดให้จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม แห่งนี้ เป็นที่ประทับแรม ในระหว่างเสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎร  จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมแห่งนี้ ก่อสร้างมาเป็นเวลานาน ถึง 94ปี ทำให้อาคารอยู่ในสภาพทรุดโทรม  จังหวัดนครพนมจึงดำเนินการซ่อมแซม โดยกรมศิลปากร กำกับดูแล เพื่อจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์ และจัดนิทรรศการ ให้ประชาชนและเยาวชน นักเรียน นักศึกษา ได้ใช้เป็นสถานที่ศึกษาหาความรู้ ศิลปวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์เมืองนครพนม 

 

 
ภูเก็ตสั่งคุมเข้มพิพิธภัณฑ์เก็บโบราณวัตถุกว่าพันชิ้นหวั่นคนร้ายลอบทุบ – โพสต์เมื่อ 23 พฤษภาคม 2551  
เพจใหม่ 1

จังหวัดภูเก็ตเพิ่มมาตรการคุมเข้มพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติถลาง สถานที่เก็บรักษาโบราณวัตถุ และศิลปวัตถุ กว่า 1 พันชิ้นอายุกว่า 1 พันปี หลังเกิดเหตุการณ์คนร้ายทุบทำลายโบราณวัตถุในหลายพื้นที่
นายวรพจน์ รัฐสีมา รองผู้ว่าราชกาจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย นางสาวอัจจิมา หนูคง หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติถลาง และ นายทวิชาติ อินทรฤทธิ์ วัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต ตรวจความเรียบร้อยพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ ถลาง สถานที่เก็บรักษา และแสดงโบราณวัตถุ และศิลปวัตถุที่ได้รับมาจากประชาชนหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชน รวมทั้งที่ขุดพบจากสถานที่ต่างๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นจาก จ.พังงา จ.กระบี่ หรือที่ จ.ภูเก็ต โดยเฉพาะที่บ้านแขนนที่มีอยู่กว่า 1,200 ชิ้น จำพวกภาชนะดินเผา พระพุทธรูป ลูกปัดกระบี่ เครื่องถ้วยดินเผา และข้าวของเครื่องใช้โบราณต่างๆโดยเฉพาะเทวรูปพระนารายณ์ศิลา ศิลปะปัลลวะของอินเดีย ราวพุทธศตวรรษที่ 14 ซึ่งขุดพบที่ ต.เหล อ.กะปง จ.พังงา นายวรพจน์ รัฐสีมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า เป็นนโยบายสำคัญของ นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ที่เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยกันอนุรักษ์ และรักษาโบราณวัตถุ และสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ไว้เป็นสมบัติของชาติ และของลูกหลาน เยาวชนรุ่นหลัง โดยเฉพาะพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติถลางแห่งนี้ ซึ่งเป็นสถานที่เก็บรักษา และแสดงโบราณวัตถุสำคัญที่มีอยู่กว่า 1,200 ชิ้น และจากการสำรวจสถานที่ เชื่อว่า โบราณวัตถุที่มีอยู่ทั้งหมดจะปลอดภัยจากผู้ไม่หวังดีอย่างแน่นอน เนื่องจากเก็บไว้ภายในอาคาร มีประตูปิดกั้นแน่นหนา รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ที่สำคัญชาวภูเก็ตส่วนใหญ่เห็นคุณค่าของวัตถุโบราณ ซึ่งถือเป็นสมบัติอันล้ำค่าของชาติ ที่ทุกคนจะต้องร่วมกันรักษา
แต่อย่างไรก็ตาม ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความระมัดระวังขึ้นอีกเป็น 2 เท่า ส่วนอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร 2 วีรสตรีคู่บ้านคู่เมืองภูเก็ต ก็มีเจ้าหน้าที่ อบต.เทพกระษัตรี ร่วมกับตำรวจ สภ. ถลาง ดูแลเป็นอย่างดี เชื่อว่า จังหวัดภูเก็ตจะไม่เกิดเหตุการณ์คนร้ายลอบทำลายโบราณวัตถุเหมือนพื้นที่อื่นๆ อย่างแน่นอน
ด้าน นางสาวอัจจิมา หนูคง หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติถลาง กล่าวว่า โบราณวัตถุที่สำคัญ และเก่าแก่มากที่สุด ที่เก็บรักษาไว้ที่นี่ คือ เทวรูปพระนารายณ์ ศิลา สูง 2.35 เมตร เป็นอิทธิพลศิลปะแบบปัลลวะอินเดีย ราวพุทธศตวรรษที่ 14 เคลื่อนย้ายมาจากบริเวณเขาพระนารายณ์ ต.เหล อ.กะปง จ.พังงา เดิมพบถูกฝัง และโอบด้วยโคนต้นไม้ พร้อมปะติมากรรมรูปบุคคล คือ รูปฤษีมารกัณฑยะ และนางภูเทวี ส่วนเศียรขององค์พระนารายณ์เคยถูกตัดโดยพวกที่ลักลอบหาของเก่า จึงมีการทำเศียรขึ้นใหม่ต่อเติม ต่อมาขณะทำการเคลื่อนย้ายองค์พระนารายณ์ ได้ขุดพบเศียรขององค์จริงถูกฝังอยู่ใกล้ๆ กัน จึงนำมาเก็บไว้ที่เดิม ซึ่งโบราณวัตถุ และศิลปวัตถุที่ได้รับมาทั้งหมดจะมีการจัดทำทะเบียนประวัติไว้ครบทุกชิ้น ส่วนการรักษาความปลอดภัยสถานที่บริเวณรายรอบพิพิธภัณฑ์นั้น มีเจ้าหน้าที่ดูและตลอด 24 ชั่วโมง เชื่อว่า จะไม่มีเหตุการณ์ร้ายใดๆ ขึ้นที่นี่อย่างแน่นอน

 

 
อธิการบดี ม.กรุงเทพ ยัน ผอ.พิพิธภัณฑ์ ถูกรวบที่สหรัฐ เป็นเรื่องส่วนตัว – โพสต์เมื่อ 14 พฤษภาคม 2551  

นางมัทนา สานติวัตร อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพ แถลงข่าวกรณีสำนักข่าวต่างประเทศรายงานการจับกุมนางร็อกซานน่า บราวน์ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานเครื่องถ้วยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่เมืองซีแอตเติล สหรัฐอเมริกา ข้อหาฉ้อฉลผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยอนุญาตให้ใช้ลายเซ็นดิจิตอลรับรองประเมินราคาเกินจริงแก่โบราณวัตถุที่บริจาคเข้าพิพิธภัณฑ์ในสหรัฐ เพื่อผู้บริจาคจะขอคืนภาษีได้มากขึ้น ว่า นางร็อกซานน่า เป็นลูกจ้างมหาวิทยาลัย ต่อสัญญาทุก 2 ปี เริ่มทำงานตั้งแต่ปี 2546 มีหน้าที่ดูแลบริหารพิพิธภัณฑ์ฯ เท่าที่ทราบ ไม่มีธุรกิจอื่นนอกจากงานที่มหาวิทยาลัย ปัจจุบันยังมีสถานะเป็นพลเมืองสหรัฐ ล่าสุด ได้ขอลาไปสัมมนาตามคำเชิญที่มหาวิทยาลัยวอชิงตัน ช่วงวันที่ 10 พฤษภาคม อย่างไรก็ตาม หากถูกจับกุมดำเนินคดีจริง เชื่อว่าเป็นการตัดสินใจส่วนตัว ซึ่งจะติดตามประสานกับสถานทูตสหรัฐต่อไป และจะให้ความยุติธรรมโดยรอการตัดสินของศาลก่อนดำเนินการใด ๆ

สำหรับพิพิธภัณฑสถานเครื่องถ้วยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ตั้งขึ้นเพื่ออนุรักษ์โบราณวัตถุของไทยที่นายสุรัตน์ โอสถานุเคราะห์ ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัย เป็นผู้รวบรวมไว้จำนวนมาก ยืนยันว่าไม่มีนโยบายซื้อขายแลกเปลี่ยนวัตถุโบราณอย่างเด็ดขาด (สำนักข่าวไทย 13 พ.ค. 2551)

 
สหรัฐฟ้อง ผอ.พิพิธภัณฑ์ ม.กรุงเทพ ฉ้อฉลทางอีเลคทรอนิค – โพสต์เมื่อ 13 พฤษภาคม 2551  
เพจใหม่ 1

เจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อจันทร์ตามเวลาท้องถิ่นที่ นครลอส แองเจลีสของสหรัฐฯ ว่า นางรอคซาน่า บราวน์ วัย 62 ปี ผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุโบราณของเอเชียผู้มีชื่อเสียง และเป็นผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์เซรามิคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้ถูกคณะลูกขุนใหญ่ของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ยื่นฟ้องเมื่อวันศุกร์ในข้อหาฉ้อฉลผ่านทางอุปกรณ์อีเลคโทรนิค (Wire fraud) ซึ่งเป็นข้อหาที่มีโทษจำคุกสูงสุด 20 ปี และเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนที่กำลังดำเนินอยู่ของสหรัฐฯ เกี่ยวกับเครือข่ายลักลอบค้าผลงานศิลปะที่ถูกขโมยมา และเธอมีกำหนดจะต้องไปขึ้นศาลที่นครซีแอทเทิลในวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น

นางบราวน์ถูกกล่าวหาว่า อนุญาตให้ใช้ ลายเซ็นต์อีเลคทรอนิคของเธอ ในแบบฟอร์มแบบประเมินมูลค่าของวัตถุโบราณ เพื่อเพิ่มมูลค่าของสิ่งของที่มีผู้บริจาคให้กับพิพิธภัณฑ์หลายแห่ง เพื่อประโยชน์ในการที่นักสะสมจะขอคืนเงินภาษีเพิ่มจากรัฐบาล สำหรับงานศิลปะที่บริจาคให้แก่พิพิธภัณฑ์ต่างๆ การฟ้องร้องเธอมีขึ้น 4 เดือน หลังจากสายลับของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ บุกพิพิธภัณฑ์ 4 แห่งแถบเซาเทิร์น แคลิฟอร์เนีย และ " ซิลค์ โรดส์ แกลเลอรี่"ใน นครลอส แองเจลีส เพื่อหาศิลปะวัตถุที่ถูกขโมยมา และตรวจพบเรื่องนี้เข้า

 คำให้การฉบับหนึ่งระบุว่า เจ้าของแกลเลอรี่"ซิลค์ โรดส" ได้ใช้ลายเซ็นต์ของเธอมาหลายครั้งแล้ว เพื่อเพิ่มมูลค่าของของโบราณที่บริจาคให้พิพิธภัณฑ์หลายแห่งแถบเซาเทิร์น แคลิฟอร์เนียและว่าเจ้าของแกลเลอร์รี่คนหนึ่งบอกสายสืบนอกเครื่องแบบว่า ของบริจาคมูลค่า 1,500 ดอลลาร์ (48,000 บาท) จะถูกประเมินให้มีมูลค่าเกือบ 5,000 ดอลลาร์ (160,000 บาท)

(ข่าวจาก เนชั่นแชนแนล 13 พฤษภาคม 2551)

 

 
พระราชทานพระราชานุญาตตั้งพิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน – โพสต์เมื่อ 29 เมษายน 2551  

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตจัดแสดงงาน ศิลป์แผ่นดินครั้งที่ 5” เป็นการถาวร ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม ตามพระราชเสาวนีย์ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงมีพระราชดำริตั้งแต่เมื่อครั้งจัดแสดงงานศิลป์แผ่นดินครั้งที่ 5 เมื่อช่วงปลายเดือนธ.ค. 2550

ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ รองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ กล่าวว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทถึงกระแสการเรียกร้องจากสมุด 50 กว่าเล่มที่แสดงความคิดเห็นในงานศิลป์แผ่นดินครั้งที่ 5  ทรงปลื้มพระราชหฤทัยเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้รับความสนใจจากทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศพระองค์ทรงตั้งพระราชหฤทัยให้งานของศูนย์ศิลปาชีพฯ ฝากไว้ในแผ่นดิน รับสั่งเสมอว่า งานศิลปะ เพียงแค่คนมองเห็น จะรู้ว่าเรามีศิลปะสืบทอดยาวนานเพียงใด การจัดวางผลงานในพระที่นั่งอนันตสมาคม จะจัดวางใหม่บ้าง แต่สิ่งของเหมือนเดิมทั้งหมด

นอกจากนี้ ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ตึกสร้างใหม่ ในพระบรมมหาราชวัง กำลังอยู่ในช่วงก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ผ้า หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า Queen Sirikit Textile Museum ที่มีผ้าตั้งแต่สมัยโบราณและผ้าของศูนย์ศิลปาชีพฯ เป็นจำนวนมากเก็บรวบรวมไว้ด้วยกัน ซึ่งมีกำหนดจะแล้วเสร็จช่วงปลายปี 2552

พิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดินครั้งที่ 5 จัดแสดงงานศิลป์แผ่นดินเป็นการถาวร ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม กำหนดเปิดให้เข้าชมในวันที่ 2 พ.ค. 2551 เป็นต้นไป จำหน่ายบัตรเวลา 10.00-19.00 น. เปิดเข้าชมเวลา 10.00-20.00 น. (ปิดทุกวันจันทร์ เทศกาลปีใหม่และเทศกาลสงกรานต์) ราคาบัตรสำหรับประชาชนทั่วไป150 บาท (ราคานี้รวมค่าหูฟังแล้ว) นักเรียน-นักศึกษา (แสดงบัตรประจำตัว) 75 บาท ผู้เข้าชมควรแต่งกายสุภาพ สตรีนุ่งประโปรงหรือผ้าซิ่น ห้ามสวมกางเกงขาสั้น เสื้อไม่มีแขนและรองเท้าแตะ การเข้าชมผลงานในพิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดินครั้งที่ 5 นี้จะมีการให้บริการหูฟัง ซึ่งจะทำหน้าที่ดุจไกด์ส่วนตัว บรรยายแต่ละชิ้นงานให้ผู้เข้าชมฟังอย่างละเอียด โดยมีบริการหูฟังหลากภาษาสำหรับชาวต่างชาติ อนึ่ง ร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของศูนย์ศิลปาชีพ จะเปิดให้บริการอีกหนึ่งแห่ง ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่วันที่ 2 พ.ค.เช่นกัน

(ข่าวจาก เดลินิวส์  28 เมษายน 2551)

 
ยุติการใช้โทรเลขแน่นอน 1 พ.ค.นี้ เตรียมนำเครื่องมืออุปกรณ์ทำเป็นพิพิธภัณฑ์ต่อไป – โพสต์เมื่อ 22 เมษายน 2551  

ดร.มั่น พัธโนทัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ยืนยันยกเลิกให้บริการโทรเลขวันที่ 1 พฤษภาคมนี้แน่นอน โดยเปิดเผยว่า "เพราะปัจจุบันแทบจะไม่มีผู้ใช้บริการ ที่ยังเหลืออยู่บ้างเป็นการส่งโทรเลขเพื่อทวงหนี้ ในอดีตยังมีโทรเลขข้อความแสดงความยินดี-ธุระด่วน-แสดงความเสียใจ แต่ปัจจุบันมีเครื่องมือสื่อสารอื่นที่รวดเร็วกว่ามาแทนแล้ว นอกจากนี้รายได้จากบริการโทรเลขมีเพียง 1 ล้านบาทต่อปีเท่านั้น ขณะที่การสื่อสารแห่งประเทศไทย (กสท.) ต้องจ่ายค่าจ้างให้บริษัทไปรษณีย์ไทยจำกัด เป็นผู้ส่งให้เดือนละ 25 ล้านบาท กับจำนวนพนักงานกว่า 1,000 คน ซึ่งทยอยเกษียณอายุราชการและโอนย้ายไปทำงานอื่นของไปรษณีย์บ้าง จะเหลือพนักงานที่ทำด้านโทรเลขน้อยมาก ตัวเลขรายได้น้อยมาก ดูแล้วไม่มีพื้นที่จำเป็นยังต้องใช้โทรเลข มือถือมีกันทั่วไปแล้ว ดังนั้นแทบจะไม่มีประโยชน์อะไรในการดำเนินการแล้วการยกเลิกโทรเลขก็เป็นไปตามอายุขัยของเทคโนโลยี แต่พวกเครื่องมืออุปกรณ์ที่ใช้ส่งโทรเลขจะได้เก็บทำเป็นพิพิธภัณฑ์ต่อไป

รัฐมนตรีว่าการไอซีที กล่าวด้วยว่า ส่วนการรับส่งจดหมายยังมีต่อไป แม้ปัจจุบันจะใช้อินเตอร์เน็ตกันมากและส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ก็ตาม แต่คนยังมีอินเตอร์เน็ตใช้น้อยอยู่คือประมาณร้อยละ 17-18 ของคนไทยเท่านั้น อย่างไรก็ตาม การสื่อสารในชีวิตคนจะคำนึงถึงความเร็วเป็นสิ่งสำคัญมาก ทุกอย่างจึงต้องปรับตัวและอนาคตจะใช้กระดาษน้อยที่สุด รัฐมนตรีไอซีที กล่าวเชิญชวนด้วยว่า เพื่อเป็นการส่งท้ายอำลาอาลัยการใช้โทรเลขก่อนจะปิดตัวลง บริษัทไปรษณีย์ฯ จะเปิดไปรษณีย์กลางทั่วประเทศให้บริการฟรีส่งโทรเลขไว้เป็นที่ระลึกระหว่างวันที่ 24-30 เมษายนนี้ โดยจะเปิดถึงเวลา 20.00 น. และหากนับการก่อตั้งกรมไปรษณีย์โทรเลขจะมีอายุครบ 125 ปีในเดือนสิงหาคมนี้
(ข่าวจากไทยโพสต์ 21 เมษายน 2551)
 

 
ข่าวพิพิธภัณฑ์ หน้า 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36
    Last Update 2010-08-19 09:22:58
 
  • หอจดหมายเหตุแห่งสหราชอาณาจักร
    อยากชวนให้ดูเวบไซต์ the National Archrives ของอังกฤษ โดยเฉพาะนิทรรศการออนไลน์(Online Exhibitions) ที่ช่างจัดระบบ เก็บรักษา ตีความ นำเสนอ ได้อย่างรอบด้านและน่าทึ่ง โดยผนวกเอกสารและข้อมูลที่มีกับศาสตร์และศิลป์ของเทคโนโลยีออนไลน์ แล้วจัดแสดงบนเวบไซต์แบบน่าดูชม เรียกว่าดึงประวัติศาสตร์ให้กลับมีชีวิตสำหรับทุกคน เผลอ ๆ ผู้ใช้อาจได้เรียนรู้ และค้นคว้าข้อมูลได้อย่างเสรี แถมย่นเวลากว่าการเดินเข้าหอจดหมายเหตุแบบตัวลีบสุดชีวิต