p_head_01.jpg (8960 bytes)
 
 

English Version



แผนที่แสดงตำแหน่งที่ตั้งพิพิธภัณฑ์



1 เดือนที่ผ่านมา มีพิพิธภัณฑ์ใด update


ค้นหาตามเงื่อนไขต่อไปนี้

ระบุ ชื่อพิพิธภัณฑ์ / คำสำคัญ


ระบุ เนื้อหาการจัดแสดง
(หากต้องการเลือกมากกว่า 1 รายการ ให้กดแป้นพิมพ์ Ctrl ค้างไว้ ร่วมกับการคลิกเมาส์เลือก)


ระบุ ผู้บริหารจัดการพิพิธภัณฑ์


ระบุ ภาค


ระบุ จังหวัด


ระบุ อำเภอ/เขต/กิ่งอำเภอ


  


ค้นจากแผนที่

 


พม่าอวดอัญมณีสีเลือด 2 หมื่นกะรัต..ที่สุดในโลก!! – โพสต์เมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2552  
เพจใหม่ 1

     ทางการพม่าได้เปิดพิพิธภัณฑ์อัญมณีในเมืองหลวงใหม่ เนย์ปีดอ (Naypyidaw) เมื่อสัปดาห์ที่แล้วให้สาธารณชนทั่วไปเข้าชม โดยภายในมีการวางแสดงผลิตภัณฑ์อัญมณีล้ำค่ามากมาย รวมทั้งพลอยแดงก้อนโตขนาด 21,450 กะรัต ซึ่งเป็นชิ้นใหญ่ที่สุดในโลก กับมุกธรรมชาติอีกเม็ดหนึ่งที่สื่อทางการกล่าวว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเช่นเดียวกัน
     หนังสือพิมพ์นิวไลท์ออฟเมียนมาร์ซึ่งเป็นของรัฐบาล รายงานเรื่องนี้ในวันศุกร์ (13 ม.ค.) ที่ผ่านมา ทางการกำลังเปิดให้คนทั่วไปสามารถเข้าชมได้เป็นเวลา 1 สัปดาห์จนถึงวันพุธ (18 ก.พ.) นี้ หอพิพิธภัณฑ์ดังกล่าวเป็นอาคารสูง 3 ชั้นบนเนื้อที่ 12.5 เอเคอร์ (กว่า 31 ไร่) ใหญ่โตกว่าพิพิธภัณฑ์อัญมณีแห่งแรกในกรุงย่างกุ้ง
     ภายในหอพิพิธภัณฑ์มีการวางแสดงอัญมณีหลากหลายชนิดอันเป็นสินค้าออกสำคัญของประเทศที่ทำรายได้เป็นอันดับสามมาตลอดหลายปีมานี้ รวมทั้งไข่มุกธรรมชาติเม็ดโต 845 กะรัต ขนาด 6.2x3 เซนติเมตร กับหยกน้ำหนัก 69 กิโลกรัมอีกชิ้นหนึ่ง
นอกจากผลิตภัณฑ์ที่เจียระไนแล้ว หอพิพิธภัณฑ์แห่งใหม่นี้ ยังวางแสดงหินล้ำค่ากับหยกจากเมืองโมกก (Mogok) แหล่งผลิตใหญ่ที่สุด คุณภาพดีที่สุดในประเทศ หอแสดงในกรุงย่างกุ้งอยู่ใกล้ศูนย์จำหน่ายอัญมณีที่มีการเปิดการประมูลลอตใหญ่และเปิดซื้อขายกันปีละหลายครั้ง และตั้งอยู่ติดกับศูนย์แสดงนิทรรศการที่พลุกพล่านอีกด้วย นิวไลท์ออฟเมียนมาร์กล่าวว่า ทางการเริ่มเปิดงานแสดงอัญมณีประจำทุกปีมาตั้งแต่ปี 2507 และ เริ่มเปิดงานแสดงช่วงกลางปีมาตั้งแต่ปี 2535 ในที่สุดก็จัดแสดงปีละ 3 ครั้งตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา โดยผู้ซื้อส่วนใหญ่เป็นผู้ค้าจากจีน เขตปกครองพิเศษฮ่องกง และจากประเทศไทย
     นอกจากโมกกแล้วในพม่ายังมีแหล่งอัญมณีอื่นๆ อีก 5 แห่งด้วยกัน ทั้งหมดอยู่ในภาคเหนือ ปัจจุบันพม่าเป็นแหล่งผลิตอัญมณีใหญ่ที่สุดของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นแหล่งผลิตพลอยแดงที่คุณภาพดีที่สุด รวมทั้ง “เพชรตาแมว” ที่หายาก หยก มรกต บุษราคัม เพทายและไพฑูรย์ ตลอดจนมุกเลี้ยงและมุกจากแหล่งธรรมชาติ ทะเลอันดามันได้ชื่อเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงไข่มุกดำใหญ่คุณภาพดีที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกรองจากญี่ปุ่น
     รัฐบาลทหารพม่าที่ครองอำนาจมาตั้งแต่ปี 2505 ได้เร่งส่งเสริมการลงทุนในแขนงผลิตอัญมณีเพื่อนำหินล้ำค่าขึ้นมาใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ประเทศตกอยู่ใต้การคว่ำบาตรของโลกตะวันตกที่นำโดยสหรัฐฯ กับสหภาพยุโรปในช่วงหลายปีมานี้ (
ข้อมูลจาก: ASTVผู้จัดการออนไลน์ 17 กุมภาพันธ์ 2552)

 
แบ่งโซนให้เด็กไปดูพิพิธภัณฑ์ทางเพศ – โพสต์เมื่อ 13 กุมภาพันธ์ 2552  
เพจใหม่ 1

    ที่โรงแรมเซ็นจูรี่ ปาร์ค เมื่อวันที่ 12 ก.พ. องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับองค์การยูเนสโก และองค์การยูเอ็นเอดส์ จัดแถลงข่าวเรื่อง “ฐานข้อมูลเพื่อการเรียนรู้เกี่ยวกับสุขภาวะทางเพศ” โดย มีนายพิชัยสนแจ้ง ผอ.องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ฯ นายฟิลิป เบิร์คสตรอม ที่ปรึกษาแผนกการประสานงานด้านเอชไอวี อนามัยเจริญพันธุ์ในเยาวชน และสุขศึกษาในโรงเรียน ยูเนสโก และนายแพททริค เบรนนี่ ผู้แทนโครงการโรคเอดส์แห่งสหประชาชาติ หรือยูเอ็นเอดส์ ร่วมกันแถลง
    นายพิชัยกล่าวว่า องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ จะร่วมกับองค์การยูเนสโก จัดตั้งพิพิธภัณฑ์สุขภาวะทางเพศขึ้น ภายในพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ฯ อ.คลองห้า จ.ปทุมธานี เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ทางเพศ ที่ถูกต้องปลอดภัยให้กับกลุ่มเยาวชน เนื่องจากเยาวชนยังไม่มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย ขณะที่สถานการณ์เอดส์ในกลุ่มเยาวชนก็มีความน่าเป็นห่วงเช่นกัน โดยพบว่า 1 ใน 4 ของเยาวชนมีเพศสัมพันธ์ โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย และที่สำคัญจำนวนอายุของกลุ่มเยาวชน ที่เริ่มมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก เริ่มน้อยลงเรื่อยๆ เป็นที่น่าห่วง โดยพิพิธภัณฑ์สุขภาวะทางเพศ จะมีการจัดพื้นที่ แบ่งเป็นโซน สำหรับจัดแสดงสื่อการเรียนรู้ทางเพศโดยเฉพาะมีข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์ที่ถูกต้อง ปลอดภัย การดูแลร่างกาย สรีระต่างๆของผู้ชาย ผู้หญิง นอกจากนี้ จะมีการนำอุปกรณ์ที่จำเป็นในการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย อาทิ ถุงยางอนามัยหลากหลายรูปแบบ มาจัดแสดง เป็นต้น นอกจากนี้ จะมีการนำพิพิธภัณฑ์สุขภาวะทางเพศ ออกไปจัดแสดงในภูมิภาคต่างๆทั่วประเทศ ในรูปแบบของคาราวานวิทยาศาสตร์ เพื่อสร้างความตระหนัก โดยจะมีการเปิดตัวในวันที่ 1 ก.ค.นี้ ที่องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
    นายแพททริคกล่าวว่า สถานการณ์เอดส์ในกลุ่มเยาวชนมีความน่าเป็นห่วง ภายในพิพิธภัณฑ์จะมีการจัดทำฐานข้อมูลเกี่ยวกับโรคเอดส์ หนทางการติดเชื้อและแนวทางป้องกัน รวมทั้งสุขภาวะทางเพศ และสื่อการเรียนการสอนทางเพศ สามารถสืบหาข้อมูลออนไลน์ได้ผ่าน www.hs-db.net เพื่อให้ทุกคนโดยเฉพาะเยาวชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงานแถลงข่าวครั้งนี้องค์การพิพิธภัณฑ์ทางวิทยาศาสตร์ฯ ได้นำอุปกรณ์เกี่ยวกับเพศสัมพันธ์ ที่จะนำไปไว้ในพิพิธภัณฑ์สุขภาวะทางเพศ มาจัดแสดง อาทิ ถุงยางอนามัยหลากหลายรูปแบบ ทั้งถุงยางอนามัยเรืองแสง รวมทั้งยังมีอวัยวะเพศชายจำลอง เพื่อใช้แสดงเป็นตัวอย่างในการสาธิตการสวมใส่ถุงยาง อีกทั้งยังมีแผ่นพับ โปสต์การ์ด อีกจำนวนมาก ที่สำคัญภายในงานยังแจกถุงยางอนามัยเรืองแสงให้แก่ผู้มาร่วมงานทุกคนด้วย
(ไทยรัฐ 13 กุมภาพันธ์ 2552)

 
เจ้าของที่ทุบกำแพง"บ้านชินประชา" จ.ภูเก็ต อายุ 105 ปี – โพสต์เมื่อ 6 กุมภาพันธ์ 2552  
เพจใหม่ 1

     เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ร.อ.บุณยฤทธิ์ ฉายสุวรรณ นักโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 15 ภูเก็ต พร้อมนายทวิชาติ อินทรฤทธิ์ วัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต น.ส.อัจจิมา หนูคง หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลางและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้นำคณะสื่อมวลชนตรวจพื้นที่โครงการก่อสร้างอาคารพาณิชย์ เนื้อที่ 776 ตารางวา ตั้งอยู่บนถนนกระบี่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต พบว่า ได้ก่อสร้างในพื้นที่บ้าน "ชินประชา" ซึ่งเดิมเป็นของพระพิทักษ์ชินประชา คหบดีชาวจีน ที่ก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบชิโน-โปรตุกีส ขึ้นในปี 2447 ตรงกับปลายสมัยรัชกาลที่ 5 แต่เจ้าของโครงการได้สั่งทุบทำลายกำแพงเดิมอายุเก่าแก่ 105 ปี ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าโครงการทิ้งไป มีความยาวประมาณ 30 เมตร ซึ่งการทุบทำลายยังเหลือร่องรอยว่าเคยเป็นทางเข้าออกของบ้านเลขที่ 98
     ร.อ.บุณยฤทธิ์ กล่าวว่า หลังทราบว่าจะมีการทุบทำลายทิ้ง ก็พยายามติดต่อเจ้าของโครงการอย่างเพิ่งทุบทำลาย เนื่องจากเป็นโบราณสถานที่มีกฎหมายคุ้มครอง โดยขอให้ปรับแบบโครงการเพื่ออนุรักษ์แนวกำแพงไว้ แต่ไม่เป็นผลจนกระทั่งมีการทุบทำลาย นับเป็นเรื่องเศร้าใจ แม้ผู้ครอบครองผืนที่ดินดังกล่าวและแนวกำแพงจะเป็นของเอกชน ก็ถือว่าได้ทำผิด พ.ร.บ.โบราณสถานโบราณวัตถุ แม้ไม่มีการประกาศขึ้นทะเบียน มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 7 แสนบาท แต่หากเป็นโบราณสถานที่มีการขึ้นทะเบียนเอาไว้ ต้องระวางโทษ ปรับไม่เกิน 1 ล้านบาทและจำคุกไม่เกิน 10 ปี ซึ่งจะมีการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป (มติชนรายวัน 4 กุมภาพันธ์ 2552)

 
เปิดตัวพิพิธภัณฑ์ชาวนา ณ เมืองโบราณ – โพสต์เมื่อ 6 กุมภาพันธ์ 2552  
เพจใหม่ 1

    เมืองโบราณ (Ancient Siam) ได้รับยกย่องให้เป็นแหล่งเรียนรู้ต้นแบบ 4 ภูมิภาค เหมาะแก่การศึกษาหาความรู้และสืบสานวัฒนธรรมของไทย ทางเมืองโบราณ (Ancient Siam) ได้จัดให้มีการถ่ายทอดวิถีชีวิตไทย ในรูปแบบของการอนุรักษ์ เครื่องมือ-เครื่องใช้ในการทำนา ทำไร่ ให้แก่กลุ่มนักท่องเที่ยว บุคคลที่สนใจ และประชาชนทั่วไป ไว้ที่ พิพิธภัณฑ์ชาวนา ของเมืองโบราณ (Ancient Siam)
    พิพิธภัณฑ์ชาวนา ในเมืองโบราณ สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่รวบรวมเรื่องชาติพันธุ์วิทยา และสรรพสิ่งของเครื่องมือเครื่องใช้จากทุกภูมิภาคของไทย หมู่บ้านไทยที่อยู่ทางภาคตะวันออกของเมืองโบราณทั้งบริเวณถูกกำหนดให้เป็นพิพิธภัณฑ์ชาวนา จัดแสดงประดิษฐกรรมเครื่องมือ เครื่องใช้ ที่คนไทยคิดค้นขึ้นด้วยภูมิปัญญา เพื่อการดำรงชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับสภาพแวดล้อม สิ่งของที่รวบรวมเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีมากมายเช่น เครื่องมือทำนา เครื่องมือทำน้ำตาล เตาเผาเครื่องเคลือบ เครื่องมือดักสัตว์บก เครื่องมือจับปลา เครื่องมือทอผ้าเครื่องดนตรี ตลอดจนยวดยานพาหนะทั้งทางบกและทางน้ำ ที่ทำให้เราเข้าใจถึงวิถีชีวิต ของผู้คนในอดีตผ่านสิ่งของเครื่องใช้เหล่านี้
    พิพิธภัณฑ์จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในวันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน 2552 เวลา 15.00-18.00 น. ณ เมืองโบราณ จ.สมุทรปราการ สนใจเข้าร่วมโครงการ ติดต่อที่ 02-323-4099,02-709-1644-7 หรือที่คุณรุจิรา 086-387-9636 และณัชชาพร 080-224-1217

 
วธ.ดึงเอกชนปรับโฉมพิพิธภัณฑ์ – โพสต์เมื่อ 30 มกราคม 2552  
เพจใหม่ 1

นายธีระ สลักเพชร รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า ปัจจุบันเด็ก เยาวชน ตลอดจนประชาชนทั่วไป ไม่ให้ความสนใจในการเข้าชมพิพิธภัณฑ์ รวมทั้งแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ที่มีอยู่ในท้องถิ่น เนื่องจากเห็นว่าการบริหารจัดการไม่มีความน่าสนใจ มีสภาพเก่า วางของไม่เป็นระเบียบ จนเหมือนสถานที่เก็บของ ที่สำคัญไม่มีสิ่งดึงดูดใจให้อยากเข้าชม ดังนั้นตนจะปรับปรุงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติทั่วประเทศใหม่ โดยได้มอบหมายให้นายเกรียงไกร สัมปัชชลิต อธิบดีกรมศิลปากร ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง เพื่อรวบรวมข้อมูลปัญหาของพิพิธภัณฑ์ในส่วนที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ดูแลทั้งหมด และส่งรายละเอียดมาให้ตนโดยเร็วที่สุด
 
รมว.วัฒนธรรม กล่าวต่อไปว่า สำหรับแนวทางการพัฒนาพิพิธภัณฑ์รูปแบบใหม่นั้น ต้องประสานให้เอกชนมาช่วยวางแผนการบริหารจัดการใหม่ โดยเฉพาะที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จะนำรูปแบบการจัดพิพิธภัณฑ์จากต่างประเทศมาเป็นต้นแบบ โดยมีการจัดโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ให้มีความโดดเด่น มีสื่อเทคโนโลยีมัลติมีเดีย แสง สี เสียง เข้ามาช่วยให้พิพิธภัณฑ์มีความน่าสนใจ ส่วนพิพิธ ภัณฑ์ท้องถิ่น จะใช้พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เยาวราช วัดไตรมิตรวิทยาราม เป็นต้นแบบ โดยออกแบบให้มีการผูกเรื่องราวของภูมิปัญญา ประเพณี วัฒนธรรมของท้องถิ่นต่าง ๆ ให้เหมือนการเล่าเรื่องราว ซึ่งจะทำให้ผู้ชมรู้สึกว่า อยู่ในสถานที่นั้นจริง ๆ
 
“ผมตั้งเป้าหมายว่าเมื่อปรับปรุงพิพิธภัณฑ์ให้มีชีวิตแล้ว จะสามารถดึงเยาวชนและครอบครัว ให้เข้าชมพิพิธภัณฑ์อย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง และผมยังอยากให้มีการจัดตั้งมูลนิธิ เพื่อช่วยเหลือพิพิธภัณฑ์ของภาคเอกชน ที่ประสบปัญหาขาดทุนให้บริหารจัดการต่อไปได้ด้วย” นายธีระ กล่าว.
(ที่มา: เดลินิวส์ 30 มกราคม 2552)

 
มหามณฑปหลวงพ่อทองคำคืบ 95 เปอร์เซ็นต์ สมเด็จพระเทพฯ เสด็จเปิดนิทรรศการ 26 ม.ค.นี้ – โพสต์เมื่อ 23 มกราคม 2552  
เพจใหม่ 1

    วันที่ 22 ม.ค. ที่ผ่านมา นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร วธ.ได้เดินทางมากราบนมัสการพระเทพภาวนาวิกรม (เจ้าคุณธงชัย) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม จากนั้นได้ตรวจเยี่ยมความคืบหน้า การจัดสร้างพระมหามณฑป ประดิษฐานพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร (หลวงพ่อทองคำ)

    พระเทพภาวนาวิกรม เปิดเผยว่า ใช้เวลาจัดสร้างมณฑป 1 ปี 4 เดือน โดยการออกแบบและควบคุมการก่อสร้างของ นาวาเอกอาวุธ เงินชูกลิ่น ศิลปินแห่งชาติ เพื่อประดิษฐานหลวงพ่อทองคำ ซึ่งเริ่มดำเนินการก่อสร้างในวาระมหามงคล ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เจริญพระชนมายุครบ 80 พรรษา เมื่อปี 2550 ในขณะนี้สร้างแล้วเสร็จ 95 เปอร์เซ็นต์

    ทั้งนี้ ภายในมหามณฑป แบ่งออกเป็น 4 ชั้น โดยชั้น 2 ได้จัดนิทรรศการแสดงถึงความสัมพันธ์ไทย-จีน ตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยจนถึงปัจจุบัน โดยมีการใช้สื่อมัลติมีเดียมาประกอบการนิทรรศการ ซึ่งดึงดูดความสนใจผู้เข้าชมเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ยังมีการจัดนิทรรศการสมัยกรุงศรีอยุธยาและสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ได้จัดให้เป็นท้องเรือสำปั้นหัวแดง อันเป็นพาหนะที่ชาวจีนอพยพมาตั้งถิ่นฐานในเมืองไทย ถัดมาเป็นห้องแสดงประวัติย่อ ของคนจีนที่เข้ามามีบทบาทในเมืองไทย อาทิ เจ้าสัวเนียม พระยาโชฏึกราชเศรษฐี นายชิน โสภณพนิช เป็นต้น สุดท้ายเป็นห้องแสดงพระราชกรณียกิจในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ในด้านความสัมพันธ์ไทย-จีน

    ส่วนชั้น 3 เป็นการจัดแสดงพระพุทธศาสนา และประวัติของพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร มีการแสดงเศษปูนที่ติดอยู่รอบองค์พระ ซึ่งมีการสันนิษฐานว่าเป็นการพอกปูนเพื่อป้องกันไม่ให้ไปข้าศึกนำไฟมารน เพื่อนำทองกลับไป เมื่อปี 2488 จึงมาทราบความจริง หลังเหตุการณ์เชือกรอกที่กว๊านองค์พระขาด ทำให้องค์พระตก ส่งผลให้ปูนกะเทาะ เหตุการณ์นี้เองทำให้สังคมทราบความจริงว่า มีพระพุทธรูปทองคำใหญ่ที่สุดในโลกที่กินเนสบุ๊กส์บันทึกไว้

    พระเทพภาวนาวิกรม เปิดเผยว่า นับจากวันที่ 31 ธันวาคมที่ผ่านมา มีชาวไทยและต่างประเทศ สนใจเดินทางมากราบนมัสการ พระประธานในพระอุโบสถ เพื่อความเป็นสิริมงคลเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์ จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมากราบนมัสการถึง 5 พันคน เชื่อว่าช่วงเทศกาลตรุษจีนจะมีประชาชนเดินทางมากขึ้น         

    สำหรับวันที่ 26 มกราคม เวลา 17.00 น.สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นประธานเปิดงานวันตรุษจีน ที่วงเวียนโอเดียน หลังจากนั้นจะเสด็จพระราชดำเนินมาวัดไตรมิตร เพื่อทรงเปิดนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ที่ทรงพระกรุณาพระราชทาน 10 ภาพ ซึ่งเป็นภาพถ่ายเมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินปักกิ่งเกมส์ ประเทศจีน ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 27 มกราคม ถึง 8 กุมภาพันธ์ จะเปิดให้ผู้ที่สนใจเข้าชมนิทรรศการบริเวณชั้น 2 และ 3 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ส่วนชั้น 4 หลวงพ่อทองคำ ยังไม่เปิดให้กราบนมัสการ เนื่องจากรอพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ มาเปิดอย่างเป็นทางการ (ผู้จัดการ 22 มกราคม 2552)

 
ข่าวพิพิธภัณฑ์ หน้า 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36
    Last Update 2010-08-19 09:22:58
 
  • พิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์วิทยาเวียดนาม
    ก่อตั้งขึ้นในปี 2540 ในกรุงฮานอย เป็นทั้งศูนย์การวิจัยและการอนุรักษ์ไปพร้อมกัน บทบาทสำคัญคือการเพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ในเวียดนามที่มีมากถึง 54 กลุ่ม! พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีวัตถุจัดแสดงกว่า 15,000 ชิ้น จากทั่วประเทศ ว่ากันว่าเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งเดียวของเวียดนามที่ไม่ปรากฏโฆษณาชวนเชื่อในเชิงการเมือง